ียง “ครั้งนั้นท่านมิได้พาไปหาหมอหรือ?”“พาไปแล้ว”“แล้วหมอว่าอย่างไร?” จินอันไจ้ภาวนาอยากให้หลินถิงแกล้งสลบ แล้วตื่นขึ้นมาเตะเขาสักที“ก็เช่นเดียวกับวันนี้ บ้างก็ว่าโรครักษามิได้ บ้างก็ว่าไม่มีอะไร”จินอันไจ้เงยหน้ามองท้องฟ้ามืดมิด หัวใจหนักอึ้งดุจจมลงก้นบึ้งน้ำ ไม่รู้หนทางแก้ สมัยก่อนมารดาป่วย ยังพอมียาที่ใช้รักษาได้บ้าง แต่โรคของหลินถิง…หามียาใดเยียวยาได้ ต้องรอคอยเมตตาจากสวรรค์เท่านั้นเขาเบือนสายตา ไม่กล้ามองร่างที่คล้ายไร้ชีวิตอีก “แล้วท่านต้วนคิดจะทำอย่างไร?”สายตาของต้วนหลิงไม่เคยละจากนาง มือยังคงกุมมั่น “นางจะไม่เป็นไร ข้าจะพานางกลับจวน”จินอันไจ้แอบนึกชื่นชมต้วนหลิง ไม่เสียทีเป็นองครักษ์เสื้อแพรผู้ผ่านความเป็นความตายมานักต่อนัก ยามนี้ยังสงบมั่นคง เขาเกือบเผลอคิดว่าต้วนหลิงมิได้ใส่ใจในชีวิตและความตายของหลินถิงเสียแล้ว “นางรู้เรื่องนี้หรือไม่?”“นางรู้” ต้วนหลิงเอ่ยจบก็อุ้มนางขึ้นรถม้าจินอันไจ้ไม่ได้ตามไป เพียงยืนมองรถม้าเลือนหายไปจนสุดถนนใหญ่***เมื่อกลับถึงจวน ต้วนหลิงยังอุ้มนางอยู่ หลินถิงพลันลืมตาตื่น ความทรงจำก่อนสลบยังชัด “ข้า…สลบไปอีกแล้วหรือ?”เขาก้มหน้ามอง “อืม”นางมิให้เขาอุ้มลงจากรถ แต่ยกม่านก้าวออกด้วยตนเอง ทว่าพอลงมาแล้วกลับเผลอกุมมือเขาไว้ “หลังจากข้าสลบในหอหนังสือ ท่านพากลับมาทันทีเลยหรือ?”สัมผัสที่กลับมาอีกครั้ง ทำให้ใจต้วนหลิงสะเทือน เผลอแนบมือกลับ “ข้าพาเจ้าไปหาหมอก่อ