อมหลินถิงเมื่อขึ้นรถม้า หลินถิงก็นั่งเคียงข้างเขา รถม้านี้เป็นสิ่งที่ต้วนหลิงร้องขอเอง เมื่อวานนางเพิ่งใช้เวลาทั้งวันอยู่กับต้วนซินหนิง วันนี้จึงสมควรเป็นเวลาของเขาบ้าง หลินถิงจึงมิได้ขัดข้อง เพียงสั่งคนไปแจ้งแก่นางเท่านั้นแต่ครานี้มิใช่การเดินทางเพียงสองต่อสอง รถม้ายังไม่อาจออกได้ ต้องรอรัชทายาทกับองค์หญิงเสด็จตามออกมาเสียก่อนหลินถิงแง้มม่านหน้าต่างขึ้น มองไปยังประตูใหญ่ของโรงเตี๊ยมพักม้า พลันเห็นองค์หญิงไต้หยางก้าวออกมา ดูท่าน่าจะได้เสวยยาแก้เมาแล้ว แม้พระพักตร์ยังมีร่องรอยแดงระเรื่อจากสุรา แต่ดวงเนตรหาได้เลื่อนลอยดังเดิมไม่ ชายบำเรอที่ติดตามอยู่ข้างกายรีบประคองพลางเอ่ยอย่างนอบน้อม“องค์หญิง โปรดเสด็จช้าๆ เถิดพ่ะย่ะค่ะ”หลินถิงคิดจะถามเรื่องฮองเฮา อยากรู้ว่านางนั้นมีสิ่งใดพิเศษดุจเดียวกับตนหรือไม่ ทว่าชัดเจนว่ายามนี้ยังมิใช่โอกาสเหมาะ นางจึงปล่อยม่านลง แล้วสายตาก็หันไปยังบุรุษผู้ที่นั่งอยู่เคียงข้างแทน“สิ่งที่องค์หญิงกล่าวมาเป็นความจริงหรือ ฮองเฮาสามารถทำนายล่วงหน้าได้จริงหรือ?” นี่คือคำถามที่หากผู้ใดได้ยินก็คงอดสงสัยมิได้ หลินถิงเองที่มีใจใฝ่รู้ก็ไม่แปลกที่จะเอ่ยถามต้วนหลิงหยิบผ้าห่มมาคลุมกายให้นาง พลางเอ่ยเรียบๆ “ข้าไม่แน่ว่าฮองเฮาจะทำนายอนาคตได้จริงหรือไม่ แต่บางสิ่งที่นางเคยเอ่ยไว้ ก็ปรากฏเป็นจริงในภายหลังอยู่หลายครา”ฮ่องเต้เจียเต๋อมักมีราชกิจลับมอบหมายแก่องครักษ์เสื้อแพรหรืองา