นที่ต้องจัดการเป็นพิเศษ ต้วนหลิงในฐานะผู้รับคำสั่งก็มองเห็นความผิดแผก เช่นบางคราฮ่องเต้เหมือนจะรู้ล่วงหน้าว่าที่ใดจะเกิดเรื่องวุ่นวาย แล้วให้รีบส่งคนไปสืบไปกวาดล้างก่อนเสมอหลินถิงซุกตัวในผ้าห่ม เหลือเพียงศีรษะโผล่พ้นออกมา เอ่ยถามเสียงเบา “แล้วนอกจากนั้นเล่า?”ต้วนหลิงเอ่ยเสียงเรียบ “ฮองเฮามักเก็บตัวอยู่เบื้องใน ไม่ค่อยเสด็จออกมา ข่าวคราวที่เล็ดลอดออกไปจึงแทบไม่มี อีกทั้งองครักษ์ลับแม้ได้รับพระบัญชาให้คอยจับตาดูเชื้อพระวงศ์ แต่ก็หาได้รวมถึงฮองเฮาไม่ ฮ่องเต้เจียเต๋อเองยังทรงปกปักรักษานางอย่างรัดกุม”กล่าวได้ว่าตัวเขาเองก็ยังไม่อาจทราบแน่ชัดหลินถิงเอียงศีรษะลงซบตักเขา มือควานหาของกินอยู่ข้างกาย คลำอยู่นานก็หาไม่เจอ สุดท้ายต้วนหลิงเป็นฝ่ายยกจานขนมมาวางตรงมือให้นางนางหยิบขนมขึ้นเคี้ยวพลางถาม เสียงอู้อี้ไม่ชัด “ฝ่าบาททรงโปรดฮองเฮามากถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”แต่ไหนแต่ไรมา ฮ่องเต้ทั้งหลายล้วนใจอ่อนต่อสตรี หลายครั้งสิ่งที่เห็นภายนอกเป็นเพียงการเสแสร้งเพื่อผลประโยชน์ ความโปรดปรานเหล่านางในก็มิใช่ความจริงจากดวงใจเสมอไปแพขนตาของต้วนหลิงกดต่ำลง สายตาทอดมองสตรีตรงหน้า เรือนผมของนางถูกรวบไว้เพียงครึ่ง อีกหลายปอยกลับปล่อยสยาย บัดนี้ตกลงมาแนบกับอาภรณ์สีชาดของเขา เส้นผมนุ่มราวแพรเสียดผ่านปลายนิ้วที่วางอยู่ข้างกายเขาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “ดูแล้วก็เหมือนจะโปรดปรานฮองเฮาอยู่มาก”หลินถิงหยิบชิ้นหนึ่ง ยัดเข้าป