ากเขาอย่างคล่องแคล่ว “ขนมกุ้ยฮวานี้ ท่านสั่งให้คนไปซื้อมาใช่หรือไม่?”ต้วนหลิงพยักหน้าเบา “ใช่ ข้าให้คนของโรงเตี๊ยมพักม้าออกไปซื้อแต่เช้า”หลินถิงหยิบผ้าเช็ดมือซับเศษขนมที่ติดนิ้ว พลันหาวหวอดหนึ่ง ดวงตาปรือราวจะหลับ “ง่วงแล้ว ข้าขอพักสายตาสักครู่”“ง่วงอีกแล้วหรือ?”“ฟ้ายังไม่สาง ท่านก็ปลุกข้าให้ตื่นมิใช่หรือ…ย่อมง่วงเป็นธรรมดา”เอ่ยจบ นางก็หลับไปในเวลาไม่นานต้วนหลิงเพียงทอดตามองนางเงียบงัน สายตาเลื่อนไปตามเค้าหน้าอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ประหนึ่งวาดลายจดจำในใจ แม้นางหลับตาลงแล้ว ก็ยังมิอาจกลบเรือนหน้างามประหนึ่งภาพวาด ดวงเนตรที่เขาหลงใหลที่สุด แม้ปิดด้วยเปลือกตาบาง ก็ยังคงชัดเจนในความคิดของเขามิได้เลือนหายทันทีที่กลับถึงเมืองหลวง หลินถิงก็รีบตรงไปยังสกุลหลินเพื่อเยี่ยมมารดา หลี่จิงชิว ส่วนต้วนซินหนิงที่ท้องแก่ ไม่สะดวกมาคาราวะด้วย จึงให้องครักษ์พากลับสกุลต้วนไปก่อนหลี่จิงชิวรู้เพียงว่าบุตรสาวจะกลับมาในช่วงวันใดวันหนึ่ง แต่ไม่รู้แน่ชัดว่าเมื่อใด ครั้นเห็นบุตรสาวยืนอยู่ตรงหน้าก็ถึงกับตะลึงพรึงเพริด ราวกับตกอยู่ในความฝัน “นี่มิใช่ความฝันหรอกหรือ…”หลินถิงโผเข้ากอดมารดา ซุกหน้ากับบ่าออดอ้อน กลิ่นกายอันอบอุ่นของมารดาไม่อาจบรรยายได้ เพียงสูดดมก็ทำให้ใจสงบ “ไม่ใช่ความฝันดอกเจ้าค่ะ ข้ากลับมาแล้วจริงๆ”ครั้นมั่นใจว่าเป็นบุตรสาวแน่แท้ หลี่จิงชิวก็ฉวยไม้กวาดจากมือบ่าว ฟาดใส่นางทันที“หลินเล่ออวิ๋น! เจ้