เอ่ยเร่งร้อน “พยุงข้า”แต่แม้นางมิเอ่ย เขาก็พยุงไว้ได้ทันอยู่แล้ว “เจ้ารู้สึกไม่สบายหรือ?”หลินถิงขยับริมฝีปาก คล้ายอยากเอื้อนเอ่ย ทว่ากลับไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา ดวงตาปิดสนิท ร่างน้อยทรุดสิ้นสติลงทันทีเมื่อสติคืนมาอีกครั้ง หลินถิงพบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพัก ต้วนหลิงยืนอยู่ข้างกาย และมีหมอชราผู้หนึ่งกำลังนั่งวัดชีพจรให้นางผ่านผ้าเช็ดหน้าสีหน้าของหมอชราหนักแน่นเคร่งเครียด เมื่อเห็นนางลืมตา จึงเอ่ยถาม “ฮูหยิน ก่อนหน้านี้เคยรู้สึกไม่สบายอันใดหรือไม่?”หัวใจหลินถิงสะท้านวาบ หรือโรคที่ระบบเคยกล่าวไว้จะมาเยือนแล้วเช่นนั้นหรือ? ช่างกะทันหันเกินไป! นางเหลือบตามองต้วนหลิงด้วยความตระหนก แต่ปากกลับถามหมอชรา “ไม่มีเจ้าค่ะ ท่านหมอ ข้ามีอันใดหรือ?”หมอชรามองเห็นนางยังเยาว์วัย ไม่เกินยี่สิบปี ก็พลันรู้สึกเสียดายยิ่งนัก เขามองหน้าต้วนหลิงครู่หนึ่ง ก่อนทอดสายตากลับมาที่นาง ถอนหายใจยาว แล้วเอ่ยคล้ายจะหยุดอยู่ครึ่งคำ “ฮูหยิน…ท่าน…ท่านป่วยเป็นโรคที่ไม่อาจรักษาได้แล้ว”ต้วนหลิงทำราวกับยังไม่แน่ใจ เงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบเย็น “ท่านว่าอันใด?”