เดินเล่นด้านล่างเพื่อคลายอิ่ม นางมิใช่คนอยู่นิ่งง่ายๆจึงดึงต้วนหลิงให้ติดตามไปด้วยเช้าวันนี้ต้วนหลิงเพิ่งทำตามคำมั่น “พ้นเมืองอันเฉิงแล้วจักถอนพิษกู่” เขาได้ลบล้างกู่ร้ายออกจากกายทั้งคู่แล้วถึงแม้ต่อไปจะต้องอยู่ห่างกัน ก็ไม่ใช่ปัญหาอีก กระนั้น หลินถิงกลับเคยชินที่จะมีเขาอยู่ข้างกายทุกย่างก้าวภายนอกยังคงมีฝนโปรยปราย นางเดินชมไปรอบหนึ่งก่อนหยุดยืนใต้ชายคา มองสายฝนเทกระหน่ำอย่างเพลิดเพลินต้วนหลิงเพียงหันสายตามองนางเงียบๆ ทันใดนั้นหลินถิงก็เหลือบเห็นไกลออกไป ต้าเสวี่ยหนียืนท่ามกลางม่านฝน สีหน้าขึงขัง มือถือร่มน้ำมันสีฟ้าอ่อน กำลังลากเสี่ยวเออร์ผู้หนึ่งเข้าไปยังคอกม้าในมุมอับ คล้ายคิดจะลงโทษถึงตายร่างทั้งสองค่อยๆ หายลับไปจากสายตา หลินถิงรีบดึงแขนต้วนหลิง “ท่านเห็นหรือไม่? ผู้ตรวจการพาเสี่ยวเออร์เข้าไปในคอกม้าแล้ว”ต้วนหลิงตอบเรียบเฉย “เห็นแล้ว เจ้าอยากช่วยเสี่ยวเออร์ผู้นั้นหรือ?”หลินถิงสะท้านด้วยความเย็น รีบซุกมือลงในแขนเสื้อ “มิใช่อยากช่วย เพียงแต่อยากรู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่”นางรู้ดี หากมิใช่คนสนิทหรือญาติผู้ใกล้ชิด ย่อมไม่อาจเสี่ยงไปช่วยเหลือผู้ที่ไม่รู้จัก มนุษย์ย่อมต้องคิดถึงความปลอดภัยของตนเองก่อนสิ่งอื่นใดต้วนหลิงเพียงพยักหน้า “อืม อีกสักครู่ ข้าจะสั่งคนไปสืบข่าวมา”หลินถิงกำลังจะหมุนตัวกลับเข้าห้อง แต่พลันรู้สึกหน้ามืด วูบไปทั้งร่าง รีบคว้าต้วนหลิงไว้แน่น ไม่อยากล้มให้อับอาย จึง