รุ่งอรุณของวันถัดมา หลินถิงตื่นขึ้นแต่เช้าตรู่ เป็นการตื่นที่หาได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เหตุเพราะนางเกรงว่าจะเผลอหลับยาวจนพลาดโอกาสออกไปซื้อยากระตุ้นราคะในวันนี้เพียงไม่นานหลังนางลืมตาตื่น ต้วนหลิงก็ผลักประตูเข้ามา แสงอาทิตย์อ่อนโยนลอดผ่านรอยแยกของบานประตูสาดลงพื้นเป็นเงายาวทอดขวางตรงหน้าหลินถิงหันไปมอง เขามัดผมด้วยกวานหยก อาภรณ์สีชาดดุจเปลวไฟ มือสองข้างเรียวยาว กระดูกข้อนิ้วชัดเจนผิวขาวเนียนจนแทบไม่เหมือนมนุษย์ ก้าวเดินอย่างสงบมั่นคง ที่เอวห้อยถุงหอมเล็กๆ แกว่งเบาๆ ตามจังหวะเดิน ดูไปแล้วมิได้แตกต่างจากทุกวันหลินถิงมองเขาเดินตรงมาโดยไม่รู้ตัว มือที่กำลังผูกสายรัดเอวชะงักช้าลง เพราะเขาไม่ได้ลงกลอนประตูอีกแล้ว…กลับคืนสู่ความคุ้นเคยเช่นแต่ก่อนเพียงชั่วพริบตา สายรัดเอวในมือนางพลันหลุดร่วง ต้วนหลิงเอื้อมมือคว้าสายไว้ วงแขนโอบรอบเอวนางอย่างแนบแน่น ผูกสายรัดให้อย่างเรียบร้อย แล้วยังเกี่ยวถุงหอมแขวนไว้ที่เดิม “กินข้าวเสร็จ เราจะออกเดินทาง”หลินถิงยกแขนขึ้นเล็กน้อย อำนวยความสะดวกให้อีกฝ่ายผูกสายรัดและแขวนถุงหอม “อืม…ได้สิ ว่าแต่เมื่อคืนท่านนอนหลับดีหรือไม่” ที่ผ่านมาหลายคืน นางปรุงน้ำแกงบำรุงจิตให้เขา น่าจะมีผลอยู่บ้าง“ดีมาก”นางเหลือบตามองแสงแดดที่ส่องสว่างภายนอก “เช่นนั้นก็ดีแล้ว คราวหลังหากมีเวลา ข้าจะทำให้อีกบ่อยๆ”แท้จริงแล้วหลินถิงเองก็พักผ่อนได้ดี แต่พอได้ดื่มน้ำแกงบำรุงจิต กลับหลับสนิทยิ่งกว