แสงตะเกียงในห้องส่องเงาพาดลงบนเตียง เงาของหลินถิงและต้วนหลิงทาบทับกันอยู่ นางนั่งอยู่ข้างเตียง ส่วนเขานอนพิงอยู่ มือใหญ่กำลังโอบกุมมือน้อย เงาที่ทาบกันก็ราวกับสายตาของทั้งสองที่ประสานเข้าหากันหลังสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของหลินถิงก็เลื่อนต่ำลง มาหยุดที่ข้อมือของตนเอง สัมผัสเย็นเฉียบของกุญแจยังอยู่ตรงนั้น ทว่าความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของต้วนหลิงกลับแผ่ซ่านออกไปตามผิวกายรอบข้างหลินถิงหาได้ผลักมือเขาออกไม่ หากกลับใช้มืออีกข้างหยิบกุญแจขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะเล็กข้างเตียง ก่อนเหลียวกลับมาสบตาเขาอีกครั้ง เอ่ยเสียงเรียบ “ท่านวางกุญแจไว้ข้างหมอน เวลานอนอาจถูกมันกดจนเจ็บ วางไว้ข้างนอกย่อมดีกว่า”นางมิได้หลอกลวง เหตุที่เอื้อมมือไปหยิบกุญแจเมื่อครู่ ก็ด้วยเรื่องนี้จริงๆหลินถิงเองก็เคยคิดจะใช้กุญแจนั้นลอบเปิดประตูออกไปหาผู้คน แต่เมื่อใช้ยาสลบยังมิอาจทำให้ต้วนหลิงหลับสนิท นางจึงมิอาจมั่นใจได้เลยว่าเขาหลับจริงหรือแสร้งหลับ ต่อให้หลับอยู่ ก็ยังสามารถตื่นขึ้นได้ทุกเมื่อหากแอบหนีแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา ต้วนหลิงย่อมยิ่งระแวงหนัก ซึ่งไม่ว่านางจะว่าอย่างไร ก็ยังคิดหาทางออกไปหาผู้อื่น ยิ่งจะจับตามองนางไม่ปล่อยสิ่งที่หลินถิงต้องทำตอนนี้ คือชนะความไว้วางใจของต้วนหลิง ให้เขายอมเปิดโอกาสให้นางออกไปเองแน่นอนว่า ‘ออกไป’ ที่ว่า มิใช่อิสระเที่ยวไปไหนก็ได้ ทว่าอย่างน้อยก็เหมือนที่ผ่านมา เขาพานางไปที่ว่าการ หรือออกไป