เดินเล่นที่ถนนบ้างเป็นครั้งคราวก็ยังดีหลินถิงไม่เคยคิดใช้วิธีทะเลาะอาละวาดเพื่อให้ออกไป เพราะนั่นไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง มิอาจถอนรากถอนโคนได้ สำคัญที่สุดคือ หากต้วนหลิงไม่เต็มใจให้นางออกไป นางก็มิอาจหนีรอดสายตาของเขาผู้มีวรยุทธ์สูงส่งได้เลยทั้งยังมี “พิษกู่พันธนาการ” ผูกพันอยู่ หากหลินถิงห่างไปเพียงนิดเดียว ต้วนหลิงก็จะเจ็บปวด หากเขาค้นพบว่านางหายตัวไป ย่อมสืบสาวจนรู้ว่านางไปที่ใด ทำอะไร การซื้อยาใดๆ ก็ไม่อาจปกปิดได้ แล้วนางจะปฏิบัติภารกิจได้อย่างไรทว่าสิ่งที่ขัดขวางอยู่ก็คือ ภารกิจของนางมีเงื่อนไขว่า “ต้องปิดบังต่อผู้คน” หากนางแม้เพียงเอ่ยเป็นนัยให้อีกฝ่ายรู้ ย่อมไม่อาจถือเป็นการปกปิด เมื่อเช่นนั้นก็ไม่มีวันสำเร็จภารกิจได้เลย ดังนั้นนางแม้แต่แอบใบ้บอกเขาก็ทำไม่ได้นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว หลินถิงกลับมิได้รู้สึกเกลียดชัง หรือหวาดหวั่นที่ต้วนหลิงปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ เพียงแต่นางต้องออกไป เพื่อให้ภารกิจสำเร็จ ทางเดียวคือต้องให้เขายอม “ปล่อยให้นางออกไปเอง”หลินถิงเห็นเขาเงียบ ไม่เอ่ยสิ่งใด จึงก้มลงมองหน้า เส้นผมยาวร่วงลงปัดแก้มเขาเบาๆ นางยิ้มตาหยีพลางเอ่ย“ข้าทำให้ท่านตื่นหรือ”ต้วนหลิงจ้องนัยน์ตาของนางอย่างแน่วแน่ ก่อนคลายมือออกช้าๆ “ไม่ใช่ว่าเจ้าทำให้ข้าตื่นดอก ข้าเองต่างหากที่ยังไม่ได้นอน”หลินถิงยืดกายขึ้น ลุกออกไปนอกเตียง “เช่นนั้นท่านนอนต่อเถิด ข้าจะไปดับตะเกียง”เขาพยักหน้ารับเบา