ๆ เมื่อตะเกียงดับ ความมืดคลี่คลุมทั้งห้อง หลินถิงกลับมาล้มกายนอนที่เตียง แม้ไม่ง่วง แต่หลับตานอนคิดเรื่องต่างๆ ก็ยังดีนางพลิกตัวไปมาหนึ่งชั่วยาม สุดท้ายจึงผล็อยหลับไป แต่เป็นการนอนหลับตื้นนัก ยามครึ่งราตรีก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้นลืมตาขึ้น หลินถิงก็พบว่าต้วนหลิงยังไม่หลับ เขานั่งหันหลังให้นางอยู่ตรงขอบเตียงเงียบๆ นางเผลอลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือไปดึงชายอาภรณ์ของเขาเบาๆ “เหตุใดจึงยังไม่นอนเล่า?”ต้วนหลิงได้ยินเสียงก็หันกลับมามองหลินถิง นางเองก็มองเขาเช่นกัน เรือนผมยาวสลวยหล่นคลอเคลียบ่า ใบหน้างามเกินหญิง สีผิวขาวเนียน ตัดกับริมฝีปากแดงเรื่อ งามประหนึ่งตุ๊กตาที่ไร้รอยด่างพร้อย มือของนางเผลอกำชายอาภรณ์แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวต้วนหลิงคลี่ยิ้มบาง ดูอ่อนโยนราวไม่เป็นพิษภัย สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง เขาเอ่ยเสียงเรียบ “เพียงแค่หลับไม่ลง จึงลุกขึ้นมานั่งสักครู่ เจ้าหลับต่อเถิด มิจำเป็นต้องห่วงข้า”หลินถิงเองก็มิอาจข่มตาหลับ จึงเอ่ยแผ่วเบา “เช่นนั้น…ให้ข้าต้มยาสงบใจสักหน่อยดีหรือไม่?”ในเรือนมีครัวเล็กพร้อมเครื่องปรุง นางเคยแอบใช้บ่าวรับใช้สั่งคนครัวทำของว่างในยามดึก“ยาสงบใจ?” เขาทวนคำนางหยิบอาภรณ์บางมาสวมทับ รัดสายกระโปรงให้เรียบร้อย ก่อนจะดึงเส้นแพรสีแดงที่ซุกไว้ใต้หมอนขึ้นมามัดรวบผมเป็นหางม้า “ใช่ ข้าทำได้”ปกตินางไม่ค่อยดื่มยาสงบใจนัก เพราะนอนหลับง่ายเป็นปกติ ทว่าเคยเรียนวิธีต้มไว้ ด้วยมารดาหลี่จิงชิวมัก