นอนไม่ค่อยหลับ นางจึงอยากต้มยาด้วยมือตนเองเพื่อปรนนิบัติหลินถิงก้าวลงจากเตียง ทว่ามิได้แตะกุญแจที่วางข้างหมอน ตั้งใจรอให้ต้วนหลิงเป็นคนหยิบไปไขประตูเอง เขามองนางครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ลุกขึ้นตาม หยิบกุญแจเปิดประตูยามดึกสงัด ไร้บ่าวรับใช้จุดตะเกียง ลานรอบเรือนมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์ซีดจางร่วงหล่นลงมา หลินถิงยกโคมไฟออกไปกับเขา ก้าวเรียบเรื่อยบนทางหินที่มืดสนิท มุ่งหน้าสู่ครัวเล็กถึงครัว นางวางโคมไฟลงก่อนจุดตะเกียงน้ำมัน ครั้นแสงสว่างลุกวาบขึ้น นางจึงถกแขนเสื้อ เริ่มหาวัตถุดิบสำหรับต้มยา ล้างสะอาดพลางเอ่ยเสียงใส “ช่วยข้าก่อไฟหน่อย”ต้วนหลิงเดินไปก่อไฟที่เตา เมื่อเปลวไฟลุกโชน เขาดับไฟจากมือ หันศีรษะไปมองนาง นางยืนอยู่ข้างสระเล็กในชุดหรูฉวินสีงาช้าง แขนเสื้อถูกถกขึ้นถึงข้อศอก ผมยาวที่ถูกรวบสูงปล่อยชายหางม้าลงถึงเอว เส้นแพรแดงปักอักษร“ถิง” รัดอยู่บนผม ด้านข้างมีปอยผมหล่นลงเคียงแก้ม โครงจมูกงามชัด ริมฝีปากแดงระเรื่อละอองน้ำกระเซ็นเปียกเพียงข้อมือ นางขะมักเขม้นทำโดยไม่ทันรู้ว่ามีสายตาจับจ้องอยู่ ต้วนหลิงมองครู่หนึ่งแล้วก็ละสายตาไม่นานนัก กลิ่นหอมจากยาก็ลอยอบอวล หลินถิงตักใส่ชามยื่นให้เขา “ลองดูสักหน่อยสิ”เขารับมา กระดกจนหมดชามในคราวเดียว เอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าคงเคยต้มยานี้ให้ผู้อื่นมาก่อนใช่หรือไม่”หลินถิงยกเก้าอี้เล็กมานั่งเคียงข้างเขา ตักยาขึ้นดื่มบ้างพลางเอ่ยเสียงนุ่ม “ข้าเคยต้มให้ท่านแม่ของข้