ามือเกือบหลุดร่วง เอ่ยเสียงสั่น “จินอันไจ้… เจ้าว่าอะไรนะ?”เขามองนางด้วยแววตาเอือมระอา “เพียงเดือนเดียวไม่พบ เจ้าเป็นใบ้หูหนวกไปแล้วหรือ? ข้าบอกว่าจะมอบกุญแจคลังสมบัติให้เจ้า ครานี้เจ้าได้ยินชัดแล้วกระมัง?”หลินถิงจ้องเขาเต็มตา ใจเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง “เหตุใดเจ้าถึงจะยกกุญแจคลังสมบัติให้ข้า?”จินอันไจ้หยิบกุญแจดอกหนึ่งออกมา ยื่นส่งให้นาง “ครั้งก่อนเจ้ามิใช่ถามข้าว่าจะพาเจ้าไปดูคลังสมบัติได้หรือไม่?บัดนี้ข้ามอบกุญแจให้เจ้าโดยตรง วันหน้าอยากไปก็ไปดูได้ตามใจ”กุญแจคลังสมบัตินั้นมีกลไกลับ ภายในซ่อนแผนที่บอกที่ตั้งของคลังเอาไว้หลินถิงกลับไม่ยื่นมือไปรับ “ข้าไม่เอา เจ้าควรเก็บไว้เองดีกว่า เว้นเสียแต่ว่าเจ้าจะพาข้าไปดูเอง หากมิใช่เช่นนั้นข้าก็ไม่ว่างจะไป”“จริงหรือว่าไม่เอา?”นางตอบหนักแน่น “ไม่เอา”ผ่านไปครู่ใหญ่ จินอันไจ้จึงค่อยเก็บกุญแจกลับ พูดคุยเรื่องอื่นกับนางอีกเล็กน้อย ก่อนเปิดประตูเรียกเซี่ยจื่อม่อเข้ามาเซี่ยจื่อม่อก้าวเข้ามาแล้วปิดประตูลง “คุณหนูเจ็ด” เรื่องที่เขาเคยทะเลาะกับต้วนซินหนิงจนทำให้นางร้องไห้ยังติดอยู่ในใจ ครั้นเห็นหลินถิงก็อดกระอักกระอ่วนมิได้หลินถิงอยากจะทำเป็นไม่เห็นเขา แต่สุดท้ายก็ฝืนยิ้ม ลุกขึ้นยกน้ำชารินส่งให้ “ขอบคุณท่านซื่อจื่อ ที่ช่วงนี้คุ้มครองจินอันไจ้ ท่านยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกเสียนาน คงกระหายน้ำแล้ว ดื่มสักถ้วยเถิด”“เกรงใจนัก” เซี่ยจื่อม่ออดประหลาดใจไม่ได้ ที่นา