โซ่เหล็กเย็นวาวสะท้อนแสงฝน นางจึงเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน “เอาไว้ค่อยพูดกันเถิด ตอนนี้ข้าหิวแล้ว”ต้วนหลิงประคองเท้านางลงอย่างอ่อนโยน แล้วลุกขึ้นยืน “เจ้าอยากกินสิ่งใด”หลินถิงฟุบหน้าลงกับโต๊ะข้างเตียง เสียงอู้อี้ดังลอดออกมา “อะไรก็ได้” นางไม่ใช่คนเลือกนัก ขอเพียงมีเนื้อก็พอต้วนหลิงจึงออกไปเตรียมอาหารให้นาง หลินถิงมองประตูที่เขาลงกลอนจากด้านนอกจนเคยชิน แววตาเหม่อลอยอีกห้าวัน ข้าต้องออกไปให้ได้ ต้องไปที่หอสุ่ยฉาง พบจินอันไจ้…และซื้อยานั้นมาให้ทันค่ำคืนใกล้ย่ำรุ่ง หลินถิงพลิกกายถามเบาๆ “อันเฉิงยังไม่ปลอดภัยเช่นเดิมหรือ”ต้วนหลิงพลิกกายมา เส้นผมยาวทั้งสองพันเกี่ยวอยู่บนหมอนจนแยกไม่ออกว่าเป็นของผู้ใด เขาหยิบเส้นหนึ่งขึ้นมาหมุนเล่น เอ่ยช้าๆ “เจ้าต้องการจะพูดสิ่งใด”นางขยับเข้าใกล้ ซบอกเขา เอ่ยตรงไปตรงมา “พรุ่งนี้…ข้าอยากออกไปข้างนอก”ต้วนหลิงเงียบงันไม่ตอบ หลินถิงกางแขนกอดเขาไว้ ใช้ความอบอุ่นจากร่างเขาเป็นที่พักพิง “เรามีพิษกู่พันธนาการอยู่ ข้ามิอาจก้าวห่างจากท่านเกินร้อยก้าวแน่”ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเพียงใด สุดท้ายเขาก็ยอมเอ่ยเสียงทุ้ม “ได้…พรุ่งนี้เราจะออกไป”หลินถิงยิ้มบาง หลับไปในอ้อมกอดเขาอย่างรวดเร็ว ต้วนหลิงมองใบหน้าไร้เดียงสาของนางครู่หนึ่ง จึงวางร่างนางเบาๆ ลงบนเตียง ก่อนเปิดประตูออกไปเงียบๆเขาก้าวเท้าเปล่าออกสู่ลานหินกลางเรือน เงยหน้ามองจันทร์ที่ถูกเมฆดำบดบังครึ่งดวง เศษหินแหลมบาดฝ่าเท้าเ