ร่างกาย”ต้วนซินหนิงได้ฟังก็ได้แต่จำใจถอยไปด้วยความเสียดาย เมื่อนางจากไปแล้ว เซี่ยจื่อม่อก็พลันหมดเหตุผลจะอยู่ต่อจึงก้าวตามต้วนซินหนิงออกไปเช่นกันหลังจากทั้งคู่ลับตา หลินถิงก็กลับเข้าห้อง ตั้งใจจะเอ่ยปากพูดเรื่องนัดพบอีกห้าวันกับจินอันไจ้ แต่กลับไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรแต่เขา…เหมือนจะมองทะลุความคิดของนางออก จึงเป็นฝ่ายถามขึ้นมาเอง “เจ้าคิดจะไปพบคุณชายจินหรือ”ต้วนหลิงถือรองเท้าปักลายคู่ใหม่ในมือ เดินเข้ามานั่งย่อตัวตรงหน้าหลินถิง คลายเชือกรองเท้าที่เปียกฝนออกแล้วค่อยปลดถุงเท้าแพรสีขาวที่ชื้นหมาด เผยให้เห็นเท้าเรียวเล็กฝ่าเท้าอุ่นนิ่มวางอยู่บนฝ่ามือของเขา มือที่เคยจับพู่กันและคมดาบบัดนี้รองรับเท้าของนาง หลินถิงก้มลงสบตาเขา ถามเสียงเบา “แล้วท่านเล่า…อยากให้ข้าไปหรือไม่”“ข้าไม่อยากให้เจ้าไป”เขาตอบพลางหยิบถุงเท้าใหม่มาสวมให้ มัดสายให้เรียบร้อย ก่อนเอ่ยย้ำอีกครั้ง “ข้าไม่อยากให้เจ้าไปพบเขา”ความร้อนแล่นขึ้นที่ปลายเท้าเพราะสัมผัสของเขา หลินถิงเม้มปาก ก่อนทดสอบเสียงแผ่ว “หากว่าข้ายืนกรานจะไปเล่า”ต้วนหลิงยกเท้านางใส่รองเท้าปักดอก เสียงหัวเราะเบาบางพลันดังขึ้น คล้ายไม่เข้าใจนัก ริมฝีปากเอื้อนเอ่ยอย่างนุ่มนวล “ถ้าเจ้าจะไป…ก็ไปเถิด เหตุใดต้องถามข้าเล่า”หลินถิงโน้มตัวเข้ามาเพ่งดูสีหน้าของเขา “แล้วท่านจะไม่ห้ามข้าเลยหรือ”“ไม่ห้าม” เขาตอบเรียบง่ายสายตานางเหลือบไปทางประตูห้อง เห็นยังถูกล่ามโซ่เอาไว้