พวกท่านกล่าวถึงคุณชายจิน……คือผู้ใดกัน?”เซี่ยจื่อม่อชะงัก ไม่รู้ควรตอบเช่นไร หลินถิงจึงเลี่ยงไปอีกทาง “ก็สหายผู้หนึ่งของข้าในยุทธภพ เจ้าหาได้รู้จัก หากวันหน้ามีโอกาส ข้าคงแนะนำให้เจ้าได้รู้จักแน่”เพียงแต่……ต้องรอให้จินอันไจ้แก้แค้นสำเร็จ และยังมีชีวิตรอดอยู่จนถึงวันนั้นเสียก่อนต้วนซินหนิงได้ยินก็พลันยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ดี”หลินถิงยื่นมือบีบแก้มที่เริ่มมีเนื้อของนางเบาๆ “ช่วงนี้ร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง” แม้ต้วนหลิงเคยเล่าให้นางฟังแล้ว แต่ก็ยังอยากถามเองให้แน่ใจ“ยังพออยู่ได้” เซี่ยจื่อม่อหาอาหารที่เล่าลือว่าช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องมาให้หลายอย่าง นางจึงพอจะรับประทานได้บ้าง“เช่นนั้นก็ดีแล้ว”ต้วนซินหนิงเหลือบมองเข้าไปในเรือนด้วยความคะนึงหา “เล่ออวิ๋น……ข้าสามารถเข้าไปนั่งในเรือนของเจ้าสักครู่ได้หรือไม่”หลายวันไม่ได้พบ วันนี้พอได้มา นางย่อมมีเรื่องมากมายอัดอั้นอยากสนทนาด้วย คิดจะอยู่จนกว่าฝนจะหยุดแล้วค่อยกลับ“นางจะพักกลางวันแล้ว”ต้วนหลิงหมุนข้อมือเล็กน้อย หยดฝนที่เกาะบนผืนร่มร่วงหล่นลงมาเป็นสาย ต้วนซินหนิงพลันประหลาดใจ มองสองคนตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยความงุนงง“เล่ออวิ๋นตั้งแต่เมื่อใดกันถึงมีนิสัยพักกลางวัน เหตุใดข้าจึงไม่เคยรู้เลย”หลินถิงได้แต่ครุ่นคิด ข้าเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่มีนิสัยพักกลางวัน แต่ริมฝีปากกลับยิ้มบาง เอ่ยตอบ “พอมาอันเฉิง ข้าก็เริ่มพักกลางวันแล้ว พักเพียงชั่วครู่ก็ดีต่อ