หลินถิงทอดสายตามองลานกว้างรอบกาย ที่เว้นว่างไร้ผู้คน นอกจากนางกับเขาแล้วมิพบเงาใครอื่น จึงเอ่ยถามเบาๆ ว่า“เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดอยู่เลย?”ต้วนหลิงดูราวกับมิได้ใส่ใจนัก มือยังคงหมุนกุญแจและกลอนอยู่ในมือ เสียงโลหะกระทบกันดัง กริ๊งกั๊ง กริ๊งกั๊งคล้ายตั้งใจให้ดังขึ้นมา“ข้าเกรงเหล่าบ่าวจะรบกวนการพักผ่อนของเจ้า จึงให้พวกนางถอยออกไป มีสิ่งใดไม่สมควรรึ?”หลินถิงพลันเหลือบตามองกุญแจและกลอนที่อยู่ในมือเขาโดยไม่รู้ตัว ก่อนส่ายศีรษะเบาๆ“หาได้ไม่ เพียงแต่จู่ๆ เงียบสงัดไปนัก ข้าชักจะไม่คุ้นชิน”นางพลันตระหนักในใจ เขานี่เองที่หวาดระแวง กลัวว่านางจักอาศัยเหล่าบ่าวรับใช้ลอบส่งข่าวถึงเซี่ยจื่อม่อหรือจินอันไจ้ ดังนั้นแม้ใช้พิษกู่พันธนาการคุมขังนางไว้แล้ว ก็ยังสั่งให้คนทั้งหลายถอยห่าง เพื่อมิให้ใครเข้าใกล้นาง และมิให้นางได้ติดต่อกับผู้ใด วิธีนี้ย่อมเป็นการกีดกันมิให้นาง “ออกนอกทาง”หลินถิงจึงเพียงก้มหน้า สงบใจไม่เอื้อนเอ่ย นางพอเข้าใจแล้วว่า ภารกิจครั้งนี้หาใช่งานง่าย หากแต่ยากลำบากยิ่งเพราะต้วนหลิงเป็นคนช่างสังเกต แถมยังระแวงสูง นางมิอาจเปิดเผยความจริงได้ แล้วนางควรทำอย่างไรดีเล่า?เมื่อสายตาเหลือบไปยังประตูจวนที่ไกลออกไป นางเห็นว่าที่นั่นก็มีกลอนลั่นกุญแจแน่นหนาเช่นกันหลินถิงรีบเก็บความคิด กลบเกลื่อนทำเป็นมิรับรู้ว่าถูกกักขังไว้ ภายใต้การติดตามของเขา นางไปยังห้องส้วมครั้นเสร็จแล้วก็กลับเข้าสู่เรือนพักอีกครั