้ง หลินถิงก้าวเข้าไปก่อน ส่วนต้วนหลิงปิดประตูตามหลังไม่นานนักก็มีเสียง “กริ๊ก” ของกลอนประตูถูกลงกลอนดังขึ้นมา นางหาได้เหลียวหลังไปดู เพราะไม่ว่าจะใครเข้าออกก่อนหรือหลัง หากต้วนหลิงปรารถนาจะลงกลอน ประตูก็ย่อมถูกลงกลอนอยู่ดีเมื่อเข้าสู่ห้อง หลินถิงทอดมองไปรอบๆ พลันพบว่ามีสิ่งหนึ่งผิดแผกไปจากเดิม สายตาของนางหยุดลงที่หน้าต่างในห้องมีหน้าต่างอยู่สามบาน เดิมทีก็มิได้มีสิ่งใดแขวนบัง แต่บัดนี้กลับปรากฏม่านลูกปัดแก้วห้อยระย้าอยู่ มิใช่ชนิดที่สายลมพัดก็ส่งเสียง หากแต่ต้องมีคนยกขึ้นเคลื่อนไหวจึงจะเกิดเสียงนั่นย่อมหมายความว่า หากนางคิดจะปีนออกไปทางหน้าต่างเพื่อตามหาผู้ใด ก็จำต้องยกม่านลูกปัดขึ้นเสียก่อนแค่เพียงอ้างว่า “อยากชมทิวทัศน์” ก็หาใช่เหตุผลอันสมควรจะเลิกม่านขึ้นได้ เพราะลูกปัดนั้นทำจากแก้วหลิวหลีเนื้อใสคุณภาพดีจากแดนตะวันตก กลางม่านเว้นร่องกว้างพอให้ลมลอดผ่าน และให้ผู้ยืนในห้องมองเห็นภายนอกได้ถนัดชัดเจนอยู่แล้ว หาได้จำเป็นต้องเลิกขึ้นแต่อย่างใดเมื่อวานยังมิปรากฏม่านนี้เลย แต่วันนี้กลับมีขึ้นมา ย่อมเป็นฝีมือต้วนหลิงโดยแท้ เพียงแต่นางหลับสนิทนัก มิรู้สึกแม้เพียงเศษเสี้ยวเสียงที่เขาแขวนมันหลินถิงย่างเท้าไปใกล้ ใช้นิ้วช้อนเลิกม่านลูกปัดเบาๆ ลูกแก้วใสกระทบกัน “ก๊องแก๊ง ก๊องแก๊ง” เสียงก้องชัดทั่วห้องต้วนหลิงปรายตามอง สีหน้าอ่อนโยน แววตาแฝงความประเมินถามเบาๆ“ม่านลูกปัดนี้ เจ้าว่าดูงดงามหรือไม