่?”หลินถิงค่อยวางม่านลง หันศีรษะเล็กน้อยมองเขา ยิ้มบางเอ่ยว่า“งามก็งามอยู่หรอก เพียงแต่……เหตุใดท่านจึงนึกอยากแขวนม่านนี้ไว้ริมหน้าต่างขึ้นมาเล่า?”เขาก้าวตามไปยังหน้าต่าง เอ่ยเสียงเรียบ “ดังที่เจ้าว่า มิใช่เพียงงดงาม หากยังสามารถป้องกันมิให้ผู้ใดลอบเข้ามาหากในครั้งก่อนที่เจ้าถูกชิงตัวไป ข้าได้แขวนม่านลูกปัดนี้ไว้ เกรงว่าเจ้าคงทันรู้ตัวแต่แรก และคงมิถูกฉุดไปเสียแล้ว”มุมปากหลินถิงกระตุกเล็กน้อย เหตุผลเช่นนี้…นางหาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น หากแต่ชัดแจ้งนักว่า เขาเพียงหาเรื่องมาบังหน้าอย่างแท้จริงก็ดีแล้ว เวลานี้นางอิดโรยนัก สมองหมุนคิดมิออก จะหาแนวทางแก้ไขก็มืดมนเพียงนั้น คิดไว้ว่าหลังหลับใหลแล้วตื่นขึ้นมาคงมีปัญญาพอหาหนทางได้บ้างหลินถิงล้มตัวลงบนเตียง หลับตาเอ่ยเพียงว่า “ข้าจะนอนแล้ว อีกสองชั่วยามค่อยปลุกเถิด” หวังว่าตื่นมาแล้วคงพอหาทางคลี่คลายได้ต้วนหลิงกลับไปนั่งที่ตั่งหลอฮั่น ก้มอ่านเอกสารตรงหน้า ครั้นจัดการงานในมือเสร็จ เขาเงยหน้ามองไปยังเตียงเห็นนางหลับสนิท ลมหายใจสม่ำเสมอ ร่างกายคงฟื้นคืนเรี่ยวแรงไม่น้อย ทว่ามือไม้กลับไม่อยู่นิ่ง ขาข้างหนึ่งเตะออกด้านข้าง จนผ้าห่มร่วงลงพื้นไม่นานนัก เมื่อถูกความหนาวเย็นรบกวน นางพลิกมือคลำควานหาความอบอุ่น ได้เพียงหมอนหนึ่งใบแทนที่จะเป็นผ้าห่ม ต้วนหลิงหาได้แปลกใจนัก เพียงก้มลงหยิบผ้าห่มอีกผืนมาคลี่คลุมให้นางดังเคยศีรษะหลินถิงเอียงเล็กน้อย มือยังวางพาดอย