ู่บนหมอน เสื้อคลายออกเล็กน้อย จากมุมของต้วนหลิงสามารถเห็นผิวเนื้อขาวนวล เผยร่องรอยจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าแดงประปรายที่ลำคอนางว่างเปล่า สร้อยจี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่เคยสวมกลับอยู่กับเขาแทน นางลืมเสียแล้วว่ายังมิได้ขอคืนและเพราะไม่เคยมอบให้ใครยืม นางจึงเผลอคิดไปว่ามันยังคงอยู่ที่ตนขณะเขาโน้มกายลงคลี่ผ้าห่ม จี้ทองหนักพอควรพลันหลุดร่วงจากอกเสื้อ แกว่งไกวกลางอากาศ ทันใดนั้น มือของหลินถิงยกขึ้น คว้าสร้อยที่เฉียดผ่านเบื้องหน้าไปได้อย่างพอดีเขาเข้าใจไปว่านางตื่นแล้ว แต่เมื่อก้มมองอีกครั้งกลับพบว่า นางยังคงหลับสนิท ท่าทางนั้นดูราวกับเพียงสัมผัสได้ถึงสิ่งใดเลื่อนผ่านบนผ้าห่มในยามหลับ จึงยกมือคว้าเอาไว้โดยสัญชาตญาณต้วนหลิงหมายจะแกะจี้ทองคืน ทว่านางกำไว้แน่นนัก มิยอมปล่อย แถมยังดึงกลับไปแรงยิ่งกว่าเดิม สร้อยนั้นแขวนด้วยสายเชือกแดงผูกที่ลำคอเขา ครั้นนางดึง สายเชือกก็กระตุก ทำให้ตัวเขาโน้มตามไปดั่งถูกเชือกบังคับ ดวงตาต้วนหลิงเลื่อนมองสายเชือกที่สั่นไหวเพราะแรงดึงด้วยแรงเพียงเล็กน้อยของนาง หาอาจต่อกรกับเขาได้ หากเขาออกแรงดึงคืน สร้อยย่อมหลุดจากมือโดยง่ายเพียงแต่เช่นนั้นอาจปลุกนางให้ตื่น หรือทำให้นางเจ็บมือได้เขาจึงเลือกจับมือนางไว้ทีละนิ้ว ใช้แรงอ่อนโยนบังคับให้นิ้วคลายออกทีละปลายนิ้ว ครั้นห้านิ้วคลายหมดสร้อยทองก็แกว่งอยู่กลางอากาศอีกครา ต้วนหลิงจึงวางมือนางกลับลงใต้ผ้าห่ม เก็บสร้อยซ่อนคืนใต้แผ่นอกของตน