เพียงแต่…ปลายเท้าของหลินถิงยังโผล่อยู่นอกผ้าห่ม ข้อเท้าเรียวขาวปรากฏรอยแดงเรื่อ วงแหวนจางๆ ชวนสะดุดตา นั่นคือร่องรอยจากเมื่อคืน ที่นางถูกเขาจับไว้แน่นนานเกินไปเขาเอื้อมมือแตะเบาๆ ปลายนิ้วไล้ผ่านวงแดงนั้น สายตาเลื่อนขึ้นมายังใบหน้านาง ทว่าความคิดกลับลอยเลื่อนหายไปในที่ใดที่หนึ่ง ผ่านไปเนิ่นนาน เขาจึงค่อยถอนมือกลับภายนอก ท้องฟ้าค่อยๆ หม่นมัวลง เวลาสองชั่วยามล่วงไป ต้วนหลิงจึงปลุกนาง นางตอบรับเสียงแผ่ว “รู้แล้ว”แต่เปลือกตายังมิเปิด ยังคงซุกตัวในเตียงหลับต่อเขากำลังจะเอ่ยเรียกอีกครา แต่ยังมิทันออกเสียง หูที่เฉียบคมของเขากลับได้ยินเสียงก้าวเท้าดังใกล้เข้ามาจากนอกเรือนทีละก้าว ทีละก้าว…หลินถิงกลับมิได้ยินอันใดเลย เขามิได้เอ่ยปลุกนางอีก เพียงลุกกายออกไป เรือนที่ทั้งสองพำนักอยู่ มิได้ห่างจากประตูใหญ่นัก เพียงร้อยก้าวก็ถึง ต้วนหลิงจึงเปิดประตูก่อนที่อีกฝ่ายจะเคาะ แล้วจึงปิดกลับลงอย่างรวดเร็วเขาก้าวออกไป ผู้มาปรากฏก็คือต้วนซินหนิง พร้อมสาวใช้คนสนิทชื่อจือหลาน จือหลานในมือถือโคม อีกมือยกขึ้นตั้งท่าจะเคาะประตูเรือน แต่เมื่อเห็นต้วนหลิงเปิดออกมาก่อน ก็ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ค้อมกายเอ่ย “คุณชายรอง”ต้วนซินหนิงก้าวพ้นจือหลานออกมา เดินตรงไปยังเบื้องหน้าต้วนหลิง สายตาเหลือบมองประตูเรือนที่ปิดสนิทอยู่พลันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ปกติแล้วประตูเรือนมักมิได้ปิดเช่นนี้ ด้วยเกรงว่าจะขวางการเข้าออกของเจ้านาย แ