ม้จะปิดก็มักเลือกในยามดึกสงัดจึงจะปิดแต่ต้วนซินหนิงมิได้ใส่ใจนัก เพียงยิ้มบาง “พี่รอง ช่างบังเอิญนัก ข้าพึ่งมาถึงที่นี่ ท่านก็ออกมาเสียแล้ว หรือว่าท่านคิดจะออกไปข้างนอกหรือ?”“มิใช่ ข้าเพียงเดินผ่านแล้วได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายนอก จึงออกมาดู”ต้วนซินหนิงขมวดคิ้วอย่างฉงน นางกับสาวใช้ยังมิทันเคาะประตู เขาเหตุใดจึงรู้ว่ามีคนอยู่ภายนอกเล่า? หรือเป็นเพราะตนเองเผลอเหยียบก้อนหินจนเกิดเสียง โดยมิทันรู้ตัว?ต้วนหลิงแขนเสื้อกว้าง ไม่ได้สวมปลอกแขนป้องกัน แขนเสื้อตกคลุมถึงมือที่กำกุญแจไว้ เขาเอ่ยถามด้วยท่าทีเรียบง่าย “เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่?”ความสนใจของต้วนซินหนิงถูกเบี่ยงไปทันที นางเม้มริมฝีปาก “ข้ามาหาเล่ออวิ๋น”ต้วนหลิงมิได้ถือโคมมาด้วย แถมยังยืนอยู่ในเงามืด จนมองเห็นเค้าโครงหน้าไม่ชัด “เจ้ามาหานางด้วยเรื่องอันใด?”“หามิได้ ข้าเพียงอยากพบหน้านางเท่านั้น” นับแต่ต้วนซินหนิงมาถึงอันเฉิง หลินถิงแทบจะมาหานางทุกวัน บางวันก็เว้นไปหนึ่งวัน แต่บัดนี้กลับสองวันเต็มที่นางมิได้มา นางจึงอดกังวลมิได้“นางเข้านอนแล้ว”ได้ยินดังนั้น ต้วนซินหนิงก็รีบถามด้วยความห่วงใย “เล่ออวิ๋นหลับเร็วนักหรือ ร่างกายของนางมิเป็นอะไรดอกหรือ?” นางเคยคุยกับเล่ออวิ๋นเรื่องการพักผ่อนดีอยู่เสมอ รู้ดีว่านางมักมิใช่คนเข้านอนแต่หัวค่ำ ต้องยามไห่สือถึงจะหลับต้วนหลิงกล่าวอย่างใจเย็น “นางมิได้มีอันใด เจ้าจงวางใจเถิด”ประตูเรือนถูกปิดสนิท ต้วนซิน