หนิงไม่อาจเห็นภายในจึงคลายกังวลลงบ้าง แต่ยังคงเอ่ยถาม “เช่นนั้นก็ดี เพียงแต่ข้าได้ยินมาว่าพี่รองห้ามมิให้บ่าวไพร่เข้าเรือน ตั้งแต่เมื่อวาน เหตุใดกัน?”น้ำเสียงต้วนหลิงยังคงอ่อนโยนสุภาพ “ช่วงนี้ข้านอนไม่ค่อยหลับ มีคนมักก่อความวุ่นวาย จึงให้พวกเขาถอยออกไปเท่านั้น”ต้วนซินหนิงเชื่อสนิทใจ “พี่รองนอนมิหลับบ่อยๆ เช่นนี้ เกรงว่าควรหาหมอมาดูจะดีกว่า”เขาเอ่ยปัดเบาๆ “เรื่องเล็กน้อย ไม่จำต้องให้เจ้าวุ่นวาย เจ้าจงพักผ่อนและเลี้ยงดูครรภ์ให้ดีเถิด ว่าแต่เวลานี้เหตุใดเซี่ยซื่อจื่อยังมิได้มาหาเจ้า?”นางก้มหน้านิดๆ ตอบเบา “วันนี้ข้าไม่อยากพบเขา จึงมิได้ให้เข้ามา”ต้วนหลิงลดสายตาลง มองแมงมุมตัวหนึ่งที่กำลังคลานเข้ามาทางช่องใต้ประตูเรือน เขาไม่แสดงสีหน้าอันใด เพียงยกเท้าขึ้นกดทับ แล้วบดมันจนแหลกละเอียด เอ่ยเรียบนิ่ง “ยามค่ำคืนลมแรงนัก เจ้ามีครรภ์อยู่ มิสมควรอยู่นอกเรือนนานนัก กลับไปเถิด”ต้วนซินหนิงยังยืนนิ่งอยู่เบื้องนอก มิยอมไป เอ่ยเสียงแผ่ว “หากเล่ออวิ๋นตื่นแล้ว รบกวนพี่รองช่วยบอกนางที ข้าอยากพบหน้านาง”นางทั้งวันเอาแต่พำนักในห้องเพื่อบำรุงครรภ์ จิตใจก็อึดอัด เศร้าหมองอยู่เป็นนิจ สิ่งเดียวที่ปลอบประโลมใจนางได้ก็คือการได้พบหลินถิง“ข้าจะบอกนางให้”เอ่ยเพียงเท่านี้ ต้วนหลิงก็หันกายกลับเข้าประตูเรือนต้วนซินหนิงยังยืนอยู่เบื้องนอก ในความเงียบสงัดพลันคล้ายได้ยินเสียง “กริ๊ก” ของกลอนประตูถูกขยับ นางหันไปถามจือห