นเองจะพลั้งเผลอคิดเรื่องไม่สมควรอีก จนเมื่อเวลาล่วงไปครู่หนึ่ง เห็นว่าเขามิได้เอ่ยถึงการคืนของ นางจึงอดรนทนไม่ไหว “ท่านมิได้ลืมสิ่งใดไปหรือ”ต้วนหลิงรินชาใส่ถ้วย ยกขึ้นแกว่งเบาๆ สายตาจับจ้องผิวน้ำชาในถ้วยที่กระเพื่อม “ข้าลืมสิ่งใดกันหรือ”หลินถิงหาได้ปิดบัง ยื่นมือออกไป “คืนจี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภให้ข้า”เขาจึงเอื้อมมือถอดสร้อยออก วางลงบนฝ่ามือนาง “โทษที ข้าก็เผลอลืมว่า เจ้าเพียงให้ข้ายืมเพียงคืนเดียวเท่านั้น”ไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ แต่เมื่อต้วนหลิงเอ่ยคำว่า “คืนเดียว” ปลายเสียงพลันสูงขึ้นเล็กน้อย คล้ายแฝงรอยยิ้ม ทว่าในรอยยิ้มนั้นกลับมีบางสิ่งที่ยากจะอธิบายต้วนหลิงยังมิได้จิบชาสักคำก็วางถ้วยลง เอ่ยเรียบง่าย “ข้าจะไปเตรียมน้ำให้เจ้าอาบ”“…อืม”หลังอาบน้ำเสร็จ หลินถิงนั่งอย่างเบื่อหน่ายอยู่ริมหน้าต่าง ซ่อนกายอยู่หลังม่านลูกปัดแก้ว มองทิวทัศน์ภายในเรือนอย่างเงียบงัน มิได้เอ่ยถึงเรื่องที่เขากักนางไว้แม้สักครึ่งคำ ราวกับมิได้ถือสาอันใด ครั้นผ่านไปก็กลับไปเอนกายบนเตียง หยิบหนังสือมาอ่านดังเคย มิแตกต่างจากทุกวันเพราะกลางวันนางหลับไปแทบทั้งวัน ครั้นยามค่ำจึงไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย จิตใจกระปรี้กระเปร่า แต่ต้วนหลิงกลับดูเหนื่อยล้า หลังเช็ดเส้นผมยาวที่เปียกชื้นจนแห้งดีแล้ว ก็มาล้มตัวนอนลงเคียงข้างนางทันที มิได้ดับโคม ปล่อยให้แสงสว่างยังอาบทั่วห้อง เพื่อให้นางอ่านหนังสือต่อไปได้หลินถิงอ่านรวดเด