เขา “ยังไม่แน่ชัด รอถึงวันนั้น ข้าย่อมบอกเจ้าเอง”หลินถิงแอบคิดในใจ…วันนั้นที่ว่า จะมิใช่จนกว่าจะออกจากอันเฉิงกระมัง หากเป็นเช่นนั้น เกรงว่านางอาจเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณก่อนแล้วเมื่อรู้สึกไม่มั่นใจ นางยกมือไปคลำหาจี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ติดกายอยู่เสมอ แต่คลำไปกลับว่างเปล่า นางตกใจจนถึงกับหยุดกินผิงกั่วทันที “เหตุใดจี้ทองคำเทพเจ้าแห่งโชคลาภของข้าจึงหายไปเล่า!” นี่มิใช่ลางดีเลยต้วนหลิงเอ่ยอย่างสงบ “เมื่อคืนเจ้าเป็นคนให้ข้าสวมไว้เอง เจ้าลืมแล้วหรือ”นางจึงนึกขึ้นได้ ตอนนั้นนางอ่อนแรงจนหมดสิ้น เพียงหวังให้เขาเลิกยุ่งเร็วกว่านี้ เขาพูดสิ่งใดนางก็ล้วนตอบรับไปหมด กระทั่งเรื่องยืมจี้ทอง นางยังพยักหน้าอนุญาต แต่เพียงหนึ่งคืนเท่านั้นแท้จริงแล้วจี้นั้นเป็นทองแท้ แถมยังเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นางย่อมมิอาจมอบให้ใครได้ง่ายๆ แม้นางให้ยืมเองก็นับเป็นข้อยกเว้นแล้วคิดอีกที ต้วนหลิงหาได้ขัดสนเงินทอง มิหนำซ้ำก็ยังไม่ศรัทธาเทพเจ้าใด เหตุใดยังอยากสวมสิ่งนี้ หรือเพียงเพราะมันงดงาม? อีกทั้ง มิใช่ว่าเขาจะสวมเพียงหนึ่งคืนหรอกหรือ ไฉนถึงตอนนี้ยังมิคืนมา?แต่เขาย่อมมิได้ละโมบเพียงแผ่นทองเล็กๆ นี้ ความกังวลในใจของหลินถิงจึงค่อยสงบลงชาได้ที่แล้ว ต้วนหลิงรินชาในถ้วยนางก่อน หลินถิงรับถ้วยชา พลางเหลือบตามองลำคอเขา แต่เห็นเพียงเชือกแดงเส้นหนึ่งแนบผิว ลากหายไปในอกเสื้อ ส่วนจี้ทองนั้นหาได้เห็นไม่นางรีบเบือนหน้าหนี เกรงว่าต