ั่งลง แหงนหน้ามองนาง “ข้าได้สั่งพวกเขาแล้ว ต่อไปมิจำเป็นต้องส่งบันทึกงานไปที่ว่าการอีก ให้ส่งตรงมาที่นี่ก็พอ”หลินถิงถึงกับพูดไม่ออก เดิมทีเอกสารราชการย่อมต้องเข้าที่ว่าการเพื่อลงบันทึกก่อน จึงจะส่งต่อให้ขุนนางทั้งหลายจัดการ ทว่าต้วนหลิงกลับใช้ตำแหน่งองครักษ์เสื้อแพรบังคับดึงเอามาไว้กับตนเองเสียอย่างนั้นผ่านไปครู่หนึ่ง หลินถิงกลั้นใจไม่อยู่ เอ่ยออกมาอีก “ข้าอยากออกไปเดินเล่นสักหน่อย”ต้วนหลิงหยิบใบชามาเตรียมชง น้ำร้อนที่ใช้ลวกกาน้ำส่งไอร้อนระเหยคลอเคลียลอยขึ้นเป็นม่านหมอก เขาเอ่ยเสียงสงบ “เจ้าคิดจะออกไปเมื่อใด”นางลองหยั่งเชิง “พรุ่งนี้ได้หรือไม่”เขาเทน้ำลวกกาน้ำทิ้ง ไอน้ำขาวคลุ้งยิ่งกว่าเดิม “ช่วงนี้อันเฉิงมิสงบ หากออกไปเกรงว่าจะเผชิญอันตราย มิสู้รออีกสักระยะจึงออกไปจะดีกว่า”คำพูดถึงเพียงนี้แล้ว หลินถิงย่อมมิอาจดื้อรั้นต่อไป นางเพียงนั่งอยู่ข้างๆ มองเขาชงชา เอ่ยถามอย่างไม่วางใจ“แล้วสักระยะของท่าน คิดว่าเป็นกี่วันกันเล่า”มือนั้นที่กำกาน้ำพลันหยุดชั่วเสี้ยว ไม่อาจสังเกตได้ถ้าไม่เพ่งมอง เขาเงยหน้าถามกลับ “เจ้าปรารถนาออกไปนักหรือ”หลินถิงหาได้เก็บปากเงียบ มือหยิบผิงกั่วขึ้นมาแทะคำสองคำ พลางพูดไปด้วย “ข้าอยู่ในห้องนี้มาสองวันสองคืนแล้ว แน่นอนว่าย่อมอยากออกไปบ้าง ท่านรีบตอบมาสิว่าสักระยะ ของท่านนั้นมีกี่วัน”เมื่อต้มน้ำร้อนได้ที่ เขาเทลงในกาน้ำ ชั่วครู่กลิ่นชาอวลฟุ้งผสมกับกลิ่นเฉินเซียงในกาย