งที่ว่าการหรือไม่?”ด้วยพิษกู่พันธนาการทำให้นางมิอาจห่างเขาเกินร้อยก้าว หากเขาไปที่ว่าการ นางย่อมต้องตามไป ที่นั่นย่อมมีโอกาสได้พบผู้คน ได้ซื้อหายากระตุ้นราคะต้วนหลิงพับผ้าเช็ดมือเรียบร้อย มิได้ตอบตรง แต่ย้อนถามแทน “เจ้าต้องการไปที่ว่าการหรือ?”หลินถิงรีบล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้มือยังไม่ทันเช็ดแห้งก็เอื้อมไปกุมมือนั้นไว้ ทำเป็นห่วงใยเขา ยิ้มพลางกล่าว“ท่านมิอาจหมกตัวอยู่แต่ในเรือนทำงานทั้งวันได้ ข้าพักผ่อนเต็มที่แล้ว พรุ่งนี้จะไปเป็นเพื่อนท่านที่ว่าการก็ยังได้”ต้วนหลิงเพียงขยับมือ แต่กลับมิได้ดึงออกจากการกอบกุมของนาง ความเย็นจากน้ำในฝ่ามือนางแผ่ซ่านบนมือเขา “ตราบใดที่ยังมิออกจากเมืองอันเฉิง ข้าก็มิคิดจะไปที่ว่าการอีก”รอยยิ้มของหลินถิงพลันแข็งค้าง สีหน้าเปลี่ยนไปโดยมิอาจควบคุม “เหตุใดกัน หรือเป็นเพราะวันนั้นข้าเอ่ยว่าอยากพักผ่อนอยู่ในเรือน มิประสงค์จะตามไปด้วยกระนั้นหรือ? นั่นก็เพียงวันเดียว หาใช่ว่าข้าจะไม่อยากไปตลอดไป”หากเขามิไปที่ว่าการ นางก็หมดข้ออ้างที่จะออกไปพบผู้คน มิเท่ากับแผนทั้งหมดต้องพังครืนหรอกหรือ! หลินถิงถึงกับอยากกรีดร้องออกมาแต่ต้วนหลิงกลับทำเป็นมิได้เห็นความผิดแผกในสีหน้านาง “มิใช่เพราะเจ้า ข้าเพียงรู้สึกว่าจัดการเอกสารอยู่ในเรือนก็ดีมิใช่น้อย มิจำเป็นต้องไปที่ว่าการ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”หลินถิงจึงรีบอ้างเหตุผลเดิม “การขนย้ายเอกสารไปมา มันวุ่นวายเกินไปนัก…”เขาทรุดกายน