าะโรคกำเริบ เขาเชิดศีรษะขึ้นสูดลมหายใจ ผิวหนังทั่วร่างชุ่มเหงื่อบาง เมื่อขยับกาย เหงื่อหยดหนึ่งกลิ้งไหลจากแนวกราม ลาดลงมาตามลำคอ ผ่านลูกกระเดือก…จนกระทั่งตกลงมากระทบข้อเท้าของนาง“แปะ” เสียงหยดเหงื่อร่วงกระทบ ทำให้หัวใจของหลินถิงพลันสะท้านสะเทือน ร่างกายทั้งร่างเกร็งแน่นนางรู้ตัวอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ทันตระหนักทั้งหมด แต่เดิมเคยได้ยินว่ามีโรคเช่นนี้อยู่บนโลก ทว่ามิเคยพบเห็นมาก่อนเลยสักครั้งเขาเป็นผู้มีโรคเช่นนี้ แล้วยังเสพโอสถกระตุ้นอีก มิแปลกที่ร่างกายจะควบคุมไม่อยู่ถึงเพียงนี้ เพื่อจะกดข่มสิ่งนี้ไว้ต้วนหลิงถึงกับลงมือกรีดข้อมือของตนเองมาเนิ่นนาน เขาช่างเป็นคนบ้าคนหนึ่งโดยแท้หลินถิงได้แต่เม้มริมฝีปาก กำลังจะเอ่ย แต่คำพูดกลับค้างคาอยู่ในลำคอ ใบหน้าของต้วนหลิงถูไถข้างแก้มของหลินถิง บางคราวก็โน้มลงประทับจูบเบาๆ อย่างเว้นระยะไม่ต่อเนื่อง ร่างกายช่วงเอวแกร่งผอมบางยืดหยัดขึ้นลงลักษณะงามสง่าดุจหยกเนื้อดี ผิวขาวนวลแฝงร่องรอยแดงระเรื่อ หลินถิงห้ามใจไม่ได้ พลันเหลือบตามองเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรือนผมยาวของเขาหล่นระสาย เคลื่อนไหวปัดผ่านหัวไหล่ของนาง แล้วลากผ่านเหนือหัวใจที่กำลังเต้นรัวประหนึ่งจะทะลุอก ความคันยิบๆ แล่นเข้าสู่กลางใจ ทำเอานางกระพริบตาถี่รัวราวกับคลายความหวั่นไหวปลายนิ้วของต้วนหลิงไล้ไปบนแผ่นหลังและหัวไหล่ของนาง “อย่างไร เจ้ารังเกียจโรคของข้ารึ?”หลินถิงส่ายหน้า รีบตอบปฏิเสธ “มิใช่หรอก ข