นอน”ในขณะเดียวกัน มือของต้วนหลิงยังจับข้อเท้าของนางไว้ ยกขึ้นวางบนบ่าของตน นิ้วเรียวลูบไล้ข้อเท้าเบาๆประหนึ่งของรักหวงแหน ทั้งที่ไม่นานก่อนหน้านี้ นางเพิ่งจะใช้เท้าเหยียบขาของเขาหลายครา แต่บัดนี้กลับเหยียบลงบนบ่าเขาอย่างมิได้ตั้งใจเงาร่างสูงโปร่งของต้วนหลิงโน้มลงมาปกคลุมร่างของหลินถิง เงาทั้งสองทับซ้อน ละลายเข้าหากัน บางครั้งแยกออก บางครั้งซ้อนกลืน ราวเงาภูตพรายลึกลับที่ปรากฏและดับไปเขาก้มมองเงาเหล่านั้น เงามืดอัปลักษณ์ถูกกลืนโดยเงางาม ก่อนจะถูกผลักกลับออกมา วนเวียนไปมิรู้สิ้นสุดหัวใจเขายามนี้สั่นไหว ต้วนหลิงเผลออยากจะจุมพิตนางอีกคราแต่หลินถิงกลับยกมือลูบท้องที่กำลังร้องประท้วง พลางเหลือบสายตาไปยังถาดขนมที่ไม่ไกลนัก แล้วเอ่ยอย่างทนไม่ไหว “ข้ารู้สึกหิวเสียแล้ว……อยากกินขนมถั่วเขียว”นางหาได้ลวงเขาไม่ หลินถิงนั้นหิวจริง หลังจากนอนหลับไปทั้งวันยังมิได้แตะต้องอาหารแม้สักคำ เดิมทีตั้งใจจะไปที่โรงเตี๊ยมพบจินอันไจ้แล้วแวะกินให้อิ่ม แต่กลับมิคิดว่าต้องมาประสบเรื่องราวเช่นนี้ต้วนหลิงช้อนร่างนางขึ้นอุ้มไปวางลงตรงโต๊ะอาหารที่มีขนมถั่วเขียววางอยู่ หลินถิงเพิ่งยืนได้ก็รีบหยิบขนมขึ้นมากินทันที ต้วนหลิงสวมกอดนางจากด้านหลังแน่นหนา ราวกับหวั่นเกรงว่านางจะลอยหายไป เงาของทั้งสองทาบซ้อนจนกลายเป็นหนึ่งเดียว ดุจคำว่า “รูปกับเงามิอาจแยกจาก”เขากอดแรงเกินไป หลินถิงจึงสำลัก ก้อนขนมในมือร่วงตกลงพื้น นางหันกลับ