ยเบาๆ “หิวแล้วหรือ?”เสียงท้องร้องของนางดังเสียจนปิดไม่มิด หลินถิงยกมือแตะหน้าท้องตนเอง ไม่ได้อายอันใด นางจะหิวโหยเช่นนี้เป็นเพราะใครเล่า? คิดได้ดังนั้นก็โยนความกังวลเรื่องภารกิจทิ้งไปก่อน ตอบอย่างเกียจคร้าน “หิวสิ……หิวจนแทบตายอยู่แล้ว”ต้วนหลิงยกน้ำมาให้นางบ้วนปากล้างหน้า หลินถิงเองก็ไม่อยากขยับมากนัก จึงเพียงยันกายขึ้นเล็กน้อยล้างหน้าอย่างง่วงงุน เขายืนอยู่ข้างๆ คอยส่งกิ่งหลิวสำหรับแปรงฟัน ยาแป้ง และผ้าเช็ดหน้าให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเมื่อจัดการล้างหน้าเสร็จ ต้วนหลิงก็ออกไปหยิบสำรับเช้ามาเอง วางเรียงลงบนโต๊ะ หลินถิงแอบฉงนเล็กน้อย เหตุใดจึงไม่สั่งให้บ่าวไพร่ยกเข้ามา ต้องลำบากตนเองไปหยิบเล่า? แต่ก็หาได้ถามไม่ เพียงเดินไปนั่งลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้มหน้ากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย สำหรับนางแล้ว เรื่องเช่นนี้มิใช่เรื่องสำคัญ หากเขาอยากทำเอง นางก็ปล่อยไปเมื่อข้าวปลาเข้าไปถึงท้อง หลินถิงก็รู้สึกเหมือนได้ฟื้นคืนชีพ แขนขามีกำลังขึ้นมาอีกครั้ง แต่พอกินไปครึ่งหนึ่งกลับนึกได้ว่าคนตรงข้ามยังมิได้แตะต้องอาหารมากนัก นางเงยหน้าขึ้นถามอย่างแปลกใจ“เหตุใดท่านไม่กินเล่า? หรือว่าอาหารไม่ถูกปาก?”ต้วนหลิงถึงได้ยกตะเกียบหยกขึ้น ลองคีบอาหารใส่ปาก สองเค่อผ่านไป หลินถิงกินอิ่มหนำจนพอใจแล้ว จึงวางช้อนตะเกียบ เท้าคางนั่งพินิจมองเขากินเงียบๆ ราวกับการชมภาพอันสงบงาม……หลินถิงไม่ค่อยมีโอกาสที่ตนจะกินไม่หมดแล้วผลักให้