อีกฝ่าย แต่กลับบ่อยครั้งนักที่แย่งเอาของกินจากจานของต้วนหลิงมาเองเสียมากกว่าต้วนหลิงเห็นดังนั้นจึงผลักซาลาเปาสองลูกที่ยังมิทันแตะต้องมาตรงหน้านาง หลินถิงกลับดันคืนไปทันที “ข้ามิได้อยากได้ซาลาเปาของท่าน”เขาวางตะเกียบหยกลง ไม่แตะอาหารอีก เช็ดมือสะอาดเรียบร้อย “เช่นนั้นเจ้ามีเรื่องอยากพูดใช่หรือไม่?”นางพยักหน้าหงึกหงัก “ใช่”“ว่ามาเถิด”เห็นเขายอมวางตะเกียบทั้งที่ยังมิได้กิน หลินถิงอดถามไม่ได้ “เหตุใดไม่กินต่อเล่า?”“อิ่มแล้ว”“อ้อ…” นางจึงรินชาถ้วยหนึ่งส่งให้เขา ก่อนกลับเข้าประเด็น “ท่านตอนนี้…ยังมิยอมเชื่อคำที่ข้าพูดเมื่อคืนหรือ?”หากมิใช่เพราะนางมีใจให้เขาแล้วไซร้ เรื่องเมื่อคืนก็หาได้เกิดขึ้น ต้วนหลิงย่อมสัมผัสได้เช่นกันต้วนหลิงชะงักเล็กน้อย “เมื่อคืนเจ้าพูดไว้หลายประโยค ข้าควรถามว่าเจ้าหมายถึงคำใด?”หลินถิงกำชายแขนเสื้อแน่น “ข้าหมายถึงคำว่า… ข้าชอบท่าน มิได้ชอบผู้อื่น” ไม่รู้เพราะเหตุใด เพียงเอ่ยคำว่า“ชอบ” ต่อหน้าเขา หัวใจกลับสั่นราวจะหลุดออกมาเขาไม่เอ่ยตอบ หลินถิงรู้ดีว่าเขายังไม่เชื่อ จึงรีบกล่าวคำสาบาน “ท่านมิยอมเชื่อข้าอีกหรือ? เช่นนั้นข้าสาบานต่อฟ้าดิน หากคำนี้เป็นเท็จ ขอให้หลินถิง หลินเล่ออวิ๋นผู้นี้มีอันเป็นไป-”มือที่กุมถ้วยชาของต้วนหลิงบีบแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เขารีบขัดขึ้น “ข้าเชื่อเจ้าแล้ว ไม่ต้องสาบานอีก”“จริงหรือ?”เขาดื่มชาจนหมดถ้วย ก่อนวางลงอย่างสงบ “จริง ข้าเชื่อเจ้าแล้ว”สา