ขยับ หลินถิงบ่นพึมพำในใจ ยาของจินอันไจ้ช่างร้ายกาจ ยิ่งกว่ายาทั่วไปจริงๆ นางค่อยๆ โน้มตัวลงใกล้จ้องมองตั้งแต่ดวงตาของเขาไล่มายังริมฝีปาก แล้วเรียกอีกครั้ง“ต้วนหลิง?”เห็นเขายังคงไม่ขยับแม้แต่น้อย หลินถิงก็เอนกายกลับ หยิบจี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภออกมา อธิษฐานซ้ำแล้วซ้ำเล่าขอให้วันพรุ่งนางต้องประสบความสำเร็จแน่นอน เอ่ยอยู่หลายครั้งจึงยอมวางลง ปิดตาเข้าสู่นิทรานางหลับยาวจนตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว ฟ้าเริ่มมืดคล้ำเข้าสู่ยามสนธยา หลินถิงรีบลุกขึ้นเหตุใดนางถึงได้หลับนานถึงเพียงนี้!ต้วนหลิงตื่นก่อนนานแล้ว เขานั่งอยู่บนเก้าอี้หลอฮั่นฝั่งตรงข้าม เครื่องแต่งกายเรียบร้อย ในมือซ้ายถือหมากดำมือขวาถือหมากขาว เล่นหมากล้อมเพียงลำพังหลินถิงรีบร้อนสวมอาภรณ์ “บัดนี้ยามใดแล้ว? อย่าบอกนะว่าเลยยามจวี๋ไปแล้ว?”ต้วนหลิงเงยหน้ามองนาง เอ่ยเสียงเรียบ “เพิ่งถึงยามจวี๋นี่เอง”นางสวมอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว รีบวิ่งไปล้างหน้าเสยผม “เหตุใดท่านมิปลุกข้าเล่า?”ต้วนหลิงเอ่ยเรียบเรื่อย “จากที่นี่ไปโรงเตี๊ยมสุ่ยฉาง ใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อครึ่ง อีกทั้งคนของเซี่ยซื่อจื่อยังมิได้มาเจ้าจักเร่งร้อนอันใด ค่อยเป็นค่อยไปเถิด”ได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น หลินถิงก็คลายใจลงไม่น้อย นางหาวหวอด เดินมาหาเขา เห็นกระดานหมากเบื้องหน้าเขาตกอยู่ในภาวะชะงักงัน หาทางแก้ยากนัก จึงเอ่ยถาม “ท่านลงหมากอยู่หรือ?”เขาตอบเพียงสั้น “เพื่อสงบใจ”หลินถ