ู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง “ข้าอยากให้หลิงอวี่คลอดบุตรออกมาอย่างปลอดภัย ก็เพราะนางตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ล้มครรภ์ ข้าจึงอยากให้นางไม่ต้องทนทรมานมากนัก มิใช่ว่าเพราะเซี่ยซื่อจื่อ”เมื่อพูดจบ มือของนางก็เก็บผมเส้นสุดท้ายขึ้นมัดเรียบร้อย ทำให้ลำคอขาวระหงซึ่งเคยถูกเรือนผมบังไว้เผยออกมาต้วนหลิงหันกลับมา สายตาลึกล้ำวูบหนึ่งวาบผ่าน แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “แต่เจ้าคิดบ้างหรือไม่ หากเด็กคนนั้นมิได้ลืมตาดูโลก ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเซี่ยซื่อจื่อก็จะจบสิ้น”หลินถิงสะท้อนใจ ใช่แล้ว การที่หลิงอวี่ยอมให้อภัยเซี่ยจื่อม่อก็เพราะเด็กในครรภ์ หากไร้เด็กคนนี้ ความผูกพันก็สิ้นสุดลงโดยง่ายหากบุตรในครรภ์ของต้วนซินหนิงสูญสิ้นไป นางย่อมสิ้นหวังต่อเซี่ยจื่อม่อโดยสิ้นเชิง ไม่คิดจะพบหน้าเขาอีกต่อไปเช่นนั้นเรื่องสมรสของทั้งสองก็คงพังทลายลงในที่สุดหลินถิงยักไหล่เบาๆ “อย่างไรเสีย ข้าก็ห่วงแต่หลิงอวี่ ไม่ว่านางจะเปลี่ยนใจหรือไม่ ข้าย่อมสนับสนุนนางเสมอ”ส่วนเซี่ยจื่อม่อ…จะไปอยู่ตรงที่ใดก็เรื่องของเขาพอสิ้นคำ นางพลันเห็นรอยข่วนที่ด้านในข้อมือของต้วนหลิง “ท่านมือไปโดนอะไรมาหรือ?”เขาก้มมองรอยแผลตื้นๆ ซึ่งเกิดจากก้อนหินคมขีดข่วน “อาจเป็นเพราะเพิ่งสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย พลั้งเผลอไปโดนเข้า”หลินถิงจึงก้มหน้าบรรจงเช็ดรอยแผลนั้นให้สะอาด แล้วชโลมยาลงอย่างอ่อนโยน เขานั่งนิ่ง ปล่อยให้ความอ่อนโยนแผ่วเบาของนางโอบล้อมอยู่รอบตัวเ