มื่อปิดแผลเสร็จ นางเหลือบไปเห็นริ้วรอยเก่าบนข้อมือที่เคยหนาแน่น บัดนี้จางลงมาก สีผิวแทบไม่ต่างจากเนื้อรอบข้างแล้วนางเอื้อมมือยกแขนเขาขึ้น แหวกแขนเสื้อสูงขึ้นมองอย่างถี่ถ้วน “รอยแผลเป็นของท่านจางลงมากแล้ว อีกไม่นานก็คงเลือนหายไปหมด ท่านลงยาลบรอยแผลหรือ?”“ใช่ ข้าใช้ยา” ต้วนหลิงเอ่ยเสียงเรียบ แม้นางย้ำไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าไม่รังเกียจแผลเหล่านี้ แต่เขายังอยากลบรอยมันออกไปเสียให้หมด ระยะนี้เขาใช้ยาล้ำค่าจากดินแดนตะวันตก เพียงแต่ผลยังไม่รวดเร็วดังที่หมอว่าไว้หลินถิงพลันกุมมือเขาแน่น แผลเป็นเหล่านี้ย่อมอยู่มานานแสนนาน หากเขาต้องการลบเลือนตั้งแต่แรก ย่อมทำได้ไม่ยาก ไหนเลยต้วนหลิงจะขาดแคลนยาชั้นเลิศ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เขามิเคยใส่ใจ ปล่อยให้แผลทับถมจนมากมายทว่า…บัดนี้เขากลับยอมเปลี่ยนไปก็เพื่อนางนางปล่อยแขนเขาลงแล้วกล่าวหนักแน่น “ข้าไม่รังเกียจแผลเหล่านี้จริงๆ”เขายกมือสัมผัสข้อมือตนเอง รอยสัมผัสอุ่นจากนางยังหลงเหลืออยู่ น้ำเสียงแผ่วทุ้ม “ข้ารู้ แต่ถึงกระนั้นข้าก็ยังอยากลบเลือนมันไปให้หมด”หลินถิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเงยหน้ามองต้วนหลิง แล้วค่อยๆ แหวกแขนเสื้อเขาขึ้น “ยาลบรอยแผลอยู่ที่ใด?ข้าจะทาให้ท่านด้วยเลย”เขาพึมพำปฏิเสธ “ข้าทำเองก็ได้”นางทำเป็นไม่ได้ยิน ยื่นมือรออยู่ตรงนั้นไม่ยอมลดลง ท้ายที่สุดต้วนหลิงจึงยอมส่งยามาให้ นางรับมาแล้วลงมือทาอย่างตั้งใจ กลิ่นยาจางเบาบาง ไม่ฉุน กลับมีความเย็น