่ได้ทำ!”หลินถิงยังคงยกเก้าอี้ค้างไว้ ดวงตาคมกริบกวาดมองเขาอย่างเย็นชา เอ่ยเสียงกร้าว “ให้เหตุผลข้ามา”เขาจึงรีบอธิบาย “คุณชายจินบาดเจ็บสาหัส หากจะให้หายดีในเวลาอันสั้น ต้องใช้ยาพิเศษบางอย่าง ก่อนใช้ยานั้นพวกข้าก็ถามความยินยอมจากคุณชายจินแล้ว เขาตอบตกลง พวกข้าถึงได้ใช้”นางทำท่าครึ่งเชื่อครึ่งคลางแคลง “ข้าจะเชื่อท่านสักหน่อยก็แล้วกัน เช่นนั้นแล้ว เขาจะฟื้นคืนพลังเมื่อใด?”เซี่ยจื่อม่อเห็นเก้าอี้ในมือของนางก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว รีบเอื้อมมือหมายจะแย่งลงมา “อีกครึ่งเดือนจึงจะฟื้นหากฮูหยินไม่เชื่อ คืนพรุ่งนี้ก็สอบถามคุณชายจินด้วยตนเองได้”“ข้ารู้แล้ว”ถ้อยคำพ้นปาก หลินถิงก็จงใจปล่อยมือเสียก่อนที่เขาจะคว้าได้ เก้าอี้ร่วงลงกระแทกเท้าของเขาอย่างจัง เซี่ยจื่อม่อเจ็บจนมิอาจเปล่งถ้อยคำออกมาได้ “ฮูหยินรอง ท่าน…”หลินถิงมิได้มีแววสำนึกผิดแม้แต่น้อย กล่าววาจาเฉียบคม “ข้าอะไร? แค่ความเจ็บปวดเท่านี้ท่านก็ทนไม่ได้ แล้วท่านรู้หรือไม่ว่า ต่อไปเมื่อหลิงอวี่ต้องให้กำเนิดบุตร นางจักต้องเจ็บปวดมากกว่าที่ท่านพบนับหมื่นนับพันเท่า”ถ้อยคำนี้ต้วนซินหนิงคงมิอาจเอ่ยได้ แต่หลินถิงกลับเอ่ยแทน เซี่ยจื่อม่อถึงกับกลืนคำในคอทันทีหลินถิงเบือนหน้าด้วยความรังเกียจ “หากไม่มีธุระอันใดอีก ท่านก็ไสหัวไปได้แล้ว”นางกล่าวจบก็หมุนกายจากมา เมื่อกลับถึงห้อง หลินถิงเห็นต้วนหลิงยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังสวนหลังเรือน นางจึงก้าวเข้