ม้กระทั่งตำแหน่งซิ่วไฉเล็กๆ ทำให้ผู้คนรอบข้างล้วนดูแคลน ไม่คาดหวังในตัวเขาแม้แต่น้อยแต่ถึงกระนั้น บิดามารดาของอิ้งจือเหอกลับยังสนับสนุนให้เขาเรียนหนังสือต่อไป แม้ต้องยอมขายหม้อขายถ้วยในเรือนก็ตาม ทั้งยังกลับเยาะบิดามารดาของหลี่จิงชิวว่าเป็นดุจกบในกะลาครอบ มองไม่เห็นฟ้า แถมยังเต็มไปด้วยกลิ่นทองแดงของพ่อค้าครั้งนั้นบิดาของหลี่จิงชิวยังมิทันร่ำรวย ยังมิได้ย้ายออกไปที่ใหม่ จึงจำต้องอยู่ข้างเรือนอิ้งจือเหอ ทำให้สองครอบครัวต้องกระทบกระทั่งอยู่เสมอ ไม่นานก็ทะเลาะใหญ่โต เดือนหนึ่งย่อมมีศึกใหญ่สักครั้ง วันสองวันก็ย่อมมีศึกเล็กๆ ความสัมพันธ์เลวร้ายจนหาความสุขสงบมิได้บิดามารดาของหลี่จิงชิวมักชนะทุกครา ส่วนบิดามารดาของอิ้งจือเหอกลับเป็นคนพูดจาอ่อนโยนเกินไป ด่าทอก็ได้แต่คำซ้ำๆ เช่น “มีดั่งนี้หรือ” “น่าอับอายสิ้นดี” “ไม่อาจเข้าใจได้”หลี่จิงชิวเองกลับมองเป็นความบันเทิง นางชอบดูพวกผู้ใหญ่ทะเลาะกัน จึงมักยืนฟังอยู่ข้างๆ ด้วยความเพลิดเพลินใจอิ้งจือเหอก็ยืนฟังอยู่ข้างๆ หากแต่แตกต่างจากหลี่จิงชิวที่ยืนดูอย่างเพลิดเพลิน เขากลับพยายามห้ามปรามมิให้บิดามารดาทะเลาะกับครอบครัวนางต่อไปหลี่จิงชิวหาได้มีความรู้สึกพิเศษใดๆ ต่อเขา ทว่าในวันหนึ่ง นางเห็นเขายอมอดมื้อกินมื้อเพื่อประหยัดเงินไว้ซื้อคัมภีร์และพู่กัน ร่างกายซูบผอมจนเหมือนจะถูกลมพัดปลิว นางจึงเกิดความเวทนา เอาหมั่นโถวก้อนหนึ่งยื่นให้เขาอิ้งจือเหอในทีแรก