ต้วนหลิงเมื่อได้ยินข่าวก็ยังคงสงบนิ่งไม่รีบร้อน เพียงเก็บภาพวาดกลับไปยังห้อง ก่อนจะตามบ่าวเดินออกไปขณะนี้พวกเขาอยู่ในเรือนหลัง ส่วนต้าเสวี่ยหนีกลับพาคนบุกเข้ามาทางเรือนหน้า หลินถิงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนก้าวตามไปทันที เพราะอยากรู้ว่าครานี้ต้าเสวี่ยหนีมาด้วยจุดประสงค์ใดในเรือนหน้า เหล่าองครักษ์เสื้อแพรยืนเรียงราย หน้าตาไร้อารมณ์ มือกำดาบซิ่วซุนแน่น พร้อมจะชักออกได้ทุกเมื่อ ฝ่ายคนของต้าเสวี่ยหนีก็ตั้งขบวนอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อหลินถิงก้าวเข้าไป สิ่งแรกที่เห็นคือต้าเสวี่ยหนีนั่งทอดกายบนเก้าอี้หินกลางลาน ราวกับอยู่ในเรือนของตนเอง กำลังนั่งอาบแดดสบายใจเพิ่งได้ชมภาพวาดของอิ้งจือเหอไปเมื่อครู่ พอเห็นต้าเสวี่ยหนีตรงหน้า นางจึงอดเหลือบมองซ้ำมิได้ ต้าเสวี่ยหนีพิงอยู่กับโต๊ะหิน ร่างห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าแน่นหนา มือทั้งสองซุกอยู่ในกระเป๋าอุ่น ไม่เผยออกมา ใบหน้าขาวซีดไร้เลือดฝาดแลดูอ่อนแอ แม้จะสวมทับเสื้อผ้าหลายชั้น กลับไม่เห็นว่าร่างกายหนาหนัก กลับดูผอมบางราวกิ่งไม้หลินถิงอดมิได้ที่จะสงสัย ว่าเขาคืออิ้งจือเหอที่หายตัวไปนานหรือไม่ ต้วนหลิงก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า มองลงมาอย่างเหนือกว่า เอ่ยถามเสียงราบเรียบว่า“วันนี้ท่านผู้ตรวจการมาด้วยเหตุใด ถึงได้พาผู้คนมามากมายเช่นนี้”ต้าเสวี่ยหนีหัวเราะเย็นหยัน “ครั้งนี้ฝ่าบาททรงให้ตงฉ่างมาช่วยองครักษ์เสื้อแพรสอบสวน ข้ามาเพียงเพื่อถามท่านรองผู้บัญชาการต้วนว่ามีเบาะแ