สหรือไม่”เขาเหลือบตามองคนที่พามาด้วย “ส่วนที่ข้านำคนติดตามมามากมาย ก็เพราะข้ามีศัตรูมากนัก เกรงว่าจะมีคนคิดเอาชีวิต หาใช่จะทำร้ายท่านรองผู้บัญชาการต้วน” เอ่ยจบก็โบกมือไล่พวกนั้นออกไปยืนรอที่นอกลานมุมปากหลินถิงกระตุกเบาๆ ท่าทีของต้าเสวี่ยหนีวันนี้ช่างเหมือนผู้มาหาเรื่องเสียจริง ต้วนหลิงเองก็ตวัดตามองก่อนออกปากให้องครักษ์เสื้อแพรและบ่าวถอยออกไปนอกเรือนเช่นกัน จากนั้นจึงแย้มยิ้มพลางเอ่ยว่า“ที่แท้ท่านผู้ตรวจการก็เพื่อราชการ เช่นนั้นเหตุใดไม่รอถามในศาลาว่าการ กลับเลือกมาที่นี่เล่า? วันนี้ข้าไม่ได้ทำงาน ต้องรอถึงวันพรุ่งจึงจะเข้าศาลา”ต้าเสวี่ยหนีคล้ายสำนึกผิด “เป็นข้าที่คิดไม่รอบคอบเอง”ต้วนหลิงจ้องเขาไม่วางตา “ว่าแต่ ได้ยินมาว่าก่อนหน้านี้ท่านผู้ตรวจการก็เคยมาที่นี่แล้ว ไม่ทราบว่าครานั้นด้วยเหตุใด? หรือก็เพื่อราชการเช่นกัน?”ต้าเสวี่ยหนีสามารถเอ่ยถ้อยคำเช่นนั้นต่อหน้าองครักษ์เสื้อแพรได้ ก็แสดงว่าไม่เกรงกลัวต้วนหลิงจะรู้ เขาจึงตอบอย่างไม่เปลี่ยนสีหน้า“ข้าและคุณหนูเจ็ดแห่งสกุลหลินมีวาสนาต่อกัน ได้ยินว่านางอยู่ที่อันเฉิง ก็เลยมาเยี่ยมดูเท่านั้น”หลินถิง : “……”หา! ใครวาสนากับเขากัน? ทั้งที่พวกเขาเจอกันไม่กี่ครั้ง พูดกันไม่กี่คำ จะหน้าหนาขนาดนี้เชียวหรือ? คนของตงฉ่างเป็นเช่นนี้กันหมดหรือไร? นางทั้งไม่เข้าใจ ทั้งยังตกตะลึงอยู่มากต้วนหลิงยิ้มไม่เสื่อมคลาย “ผู้ตรวจการเพิ่งมาถึงอันเฉิงไม่นานก็รีบมา