ดูนาง มิหนำซ้ำยังเอ่ยถ้อยคำ ‘ห่วงใย’ ยิ่งนัก ช่างมีน้ำใจเสียจริง”ต้าเสวี่ยหนีปรายตามองหลินถิงอย่างไม่ใส่ใจ “เสียดาย นางกลับไม่รับฟังสิ่งที่ข้ากล่าว มัวถือหญ้าก้านเดียวเป็นของล้ำค่า หาได้มองเห็นว่าข้างกายนางยังมีอัญมณีแท้อยู่ไม่”สีหน้าของหลินถิงยากจะพรรณนาได้ คำพูดเหลวไหลพรรค์นั้น นางจะฟังเข้าไปได้อย่างไร หากฟังจริงก็คงเป็นคนไม่สมประกอบแล้ว!ต้วนหลิงยกมือขึ้นรับใบไม้ที่ปลิวร่วงจากต้นใหญ่ บนใบมีหนอนเขียวตัวหนึ่งไต่เลื้อยอยู่ เขาก้มมองลงเล็กน้อยก่อนยิ้มบางๆ เอื้อนเอ่ยว่า“ท่านผู้ตรวจการเคยคิดบ้างหรือไม่ ของสิ่งใดที่ในสายตาท่านคือสมบัติ แต่ในสายตาผู้อื่นกลับเป็นเพียงเศษหญ้าเท่านั้น”ต้าเสวี่ยหนีเหลือบหางตามองต้วนหลิง แววตาไล่ไปบนใบหน้าคมสันนั้น พลันคิดในใจ-หลินถิงนี่มันสายตาตื้นเขินถูกเปลือกนอกของเขาหลอกเอาเสียแล้ว“หญ้าหรือสมบัติ สุดท้ายก็ต้องรอวันพิสูจน์เอง”ต้วนหลิงเพียงยิ้ม ไม่เอื้อนวาจาใดไม่นาน ต้าเสวี่ยหนีก็สะบัดเสื้อคลุมขนสัตว์ ลุกขึ้นยืน “ในเมื่อท่านรองผู้บัญชาการต้วนวันนี้มิได้ออกว่าราชการเช่นนั้นข้าก็จะไม่รบกวนท่านอีก”ต้วนหลิงยกมือคำนับเล็กน้อย “ท่านผู้ตรวจการ ขอให้เดินทางปลอดภัย”หลินถิงที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยตามด้วยน้ำเสียงนอบน้อม “ท่านผู้ตรวจการ ขอให้เดินทางปลอดภัย”ต้าเสวี่ยหนีเหลือบมองนางแวบหนึ่งในดวงตา ข่าวสารที่เขาได้รับในวันนี้ทำให้สีหน้าเย็นเยียบ-เขาทราบว่า หลินถิงถูกแม่ทัพใต