ขาเช่นนี้ นางไม่อาจตามทันเขาดึงบังเหียนเบาๆ “เพียงแต่ข้ามิอาจเข้าใจได้ว่า ทำไมเจ้าจึงดีกับเขาถึงเพียงนั้น ก็เพียงเพราะครั้งหนึ่งเคยเกือบถูกทาบทามแต่งงานกระนั้นหรือ?”นางเลิกคิ้วงุนงง “ข้าดีกับเขา?”เขาหัวเราะเบา หันมองนางด้วยหางตา “เจ้าปกปิดฐานะของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นมิใช่เพราะเจ้าดีต่อเขาดอกหรือ? หากสิ่งนี้ยังมิใช่ไมตรี เช่นนั้นเจ้าบอกข้ามาสิ ว่าเช่นไรจึงจะนับว่าดี?”ถ้าหากมองเช่นนั้น…ก็ไม่ผิดนัก หลินถิงเม้มริมฝีปาก เอ่ยช้าๆ “ครั้งแรกที่ข้าปกปิดฐานะเขา มิใช่เพราะไมตรีส่วนตัว…แต่เพราะ…” เพราะจินอันไจ้ บุรุษผู้มีสายโลหิตรัชทายาทราชวงศ์ก่อนเอ่ยมาถึงตรงนี้ นางหยุดลงทันที ถึงแม้ต้วนหลิงมิได้กราบทูลเรื่องที่เซี่ยจื่อม่อกับเซี่ยชิงเหอมีการติดต่อกันลับหลังนับว่ายังมิได้ภักดีต่อฮ่องเต้ถึงที่สุด แต่กระนั้นนางก็มิอาจพลั้งปากเอ่ยความลับเรื่องจินอันไจ้โดยมิได้รับอนุญาตต้วนหลิงแม้จะเหลียวกลับมองนาง แต่ฝีเท้าที่ก้าวไปเบื้องหน้ามิได้หยุด “เหตุใดเจ้าถึงเงียบ? เป็นเพราะสิ่งใดกันแน่?”หลินถิงลังเลอยู่เนิ่นนาน ก่อนเบี่ยงหลบประเด็น เอ่ยว่า “มิใช่เพราะเรื่องการทาบทามหมั้นหมาย แต่เพราะจินอันไจ้ เขากับคุณชายห้าแห่งสกุลเซี่ยสนิทชิดเชื้อกัน ดังนั้นข้าจึงยอมให้คุณชายห้าพักอยู่ในหอหนังสือ”สายตาของต้วนหลิงยังคงตรึงนาง “เช่นนั้นก็คือเจ้าทำเพื่อตัวคุณชายจิน?”“ใช่แล้ว!”ครั้นเอ่ยออกมา ความอึดอัดในใจของนางก็คลายลงมา