ก่อนหนึ่งช่วง ก่อนหน้านี้การต้องปกปิดเรื่องนี้ต่อเขาทำให้นางรู้สึกหนักอึ้งดุจมีหินกดทับ บัดนี้เมื่อพูดออกไปได้ ลมหายใจก็พลันโปร่งเบาต้วนหลิงยกยิ้มจางๆ “ทีแรกเจ้าปกปิดฐานะเซี่ยชิงเหอเพราะคุณชายจิน เช่นนั้นภายหลังเล่า? คราวที่หอชมบุปผา เจ้ายังช่วยเขาอีกครั้ง หรือครั้งนั้นก็เพราะคุณชายจินเช่นกัน?”หลินถิงนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ปัดเส้นแพรบางที่ปลิวมาเกะกะออกไปด้านหลัง เอ่ยเบา “คราวนั้น…มิใช่เพราะจินอันไจ้”เขาเลิกคิ้วต่ำ “เช่นนั้นก็เป็นเพราะเจ้าอยากช่วยเขาด้วยใจตนเอง?”สายตานางเลื่อนผ่านไปยังกวานหยกที่ปักบนเกล้าผมของเขา ระฆังเงินกระทบขนนกขาวดังแผ่วราวสายลมสะกดใจ “ครั้งเกิดโรคระบาดในเมืองหลวง เขาเคยส่งจดหมายมาถึงข้ากับจินอันไจ้ แสดงไมตรีปรารถนาจะช่วยเหลือ เมื่อเห็นเขายังมีน้ำใจเช่นนั้น ข้าจึงเลือกช่วยเขาอีกครั้งที่หอชมบุปผา…ก็เพียงทำเป็นไม่เห็นเขาเท่านั้น หาได้ทำสิ่งอื่นใด”รอยยิ้มของต้วนหลิงเจือจางลง “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้…เพียงแต่ระหว่างพวกเจ้าก็เคยมีจดหมายถึงกัน”“แท้จริงแล้วมีเพียงฉบับเดียวเท่านั้น หลังจากนั้นก็หาได้มีอีก ข้าไม่รู้เลยว่าคุณชายห้าจะคิดก่อกบฏ และยืนยันได้ว่าข้าไม่เคยเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นเลย” ประโยคท้ายนางเอ่ยหนักแน่นทุกถ้อยคำ ดุจกลัวเขาจะมิได้ยินชัดต้วนหลิงหันศีรษะกลับไป ไม่ได้เหลียวมองนางอีก เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “เหตุใดเซี่ยชิงเหอต้องการจับเจ้าไป? ข้าเคยถามคุณชายรองสกุลเซี่ย