หลินถิงวางชามลงเมื่อได้ยินดังนั้น “ท่านไปจัดการธุระของท่านเถิด ข้าจะกลับเอง”ต้วนหลิงปรายตามองนางแวบหนึ่ง ก่อนเลือกองครักษ์เสื้อแพรสองนายมาส่งนางกลับเรือน แล้วตนจึงเร่งรีบออกไปข่าวกองกบฏบุกมาถึง แพร่สะพัดไปทั่วอันเฉิง ผู้คนในเมืองจึงเริ่มแตกตื่น ระหว่างทางกลับ หลินถิงเห็นผู้คนบนถนนเบาบางลง ร้านรวงพากันปิดประตูเงียบงัน ถนนใหญ่ที่เคยคึกคักพลันร้างผู้คน ดูวังเวงนักนางเดินไปพลาง เหลียวกลับมองเหล่าองครักษ์เสื้อแพร พลางเอ่ยอย่างอยากรู้อยากเห็น “รัชทายาทถูกลอบสังหารจนบาดเจ็บ เหตุใดกองกบฏจึงยกมาในยามนี้… ท่านว่ารองผู้บัญชาการของพวกท่านมิใช่ไปช่วยท่านโหวหรอกหรือ?”หนึ่งในนั้นตอบอย่างเลือกถ้อยคำ “รองผู้บัญชาการเพียงไปตรวจสอบเหตุการณ์ด้วยตนเองขอรับ”ตามธรรมเนียมแล้ว องครักษ์เสื้อแพรมิใช่ผู้เข้าร่วมศึกโดยตรง เมื่อได้ยินดังนั้น หลินถิงเผลอถามออกไปทันที“เช่นนั้นเขาจะไม่เป็นอันตรายหรือ?”สององครักษ์เสื้อแพรมองหน้ากัน เพราะรู้ว่าทั้งสองเพิ่งเข้าพิธีสมรสไม่นาน จึงตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคง“ฮูหยินไม่จำเป็นต้องกังวล รองผู้บัญชาการย่อมไม่เป็นไร”หลินถิงรู้ตัวว่าคำถามเริ่มออกนอกทาง จึงรีบดึงกลับมา “นอกจากท่านโหวแล้ว ที่อันเฉิงยังมีแม่ทัพผู้ใดอีกหรือไม่?”นางเอ่ยเช่นนี้ก็มิใช่สิ่งต้องห้าม เพราะห่วงใยความปลอดภัยของเมืองก็เป็นเรื่องสมควร เหล่าองครักษ์เสื้อแพรตอบอย่างนอบน้อม“นอกจากท่านโหวแล้ว ยังมีแม่ทัพอีกสองท่านที่