ณ ขณะนั้น แสงตะเกียงสว่างโรจน์ภายในห้อง แสงอบอุ่นอาบทอเหนือข้อมือของต้วนหลิง เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่ฝังลึก หลินถิงโน้มกายลงประทับจุมพิตตรงรอยแผลนั้น โดยมิได้แสดงความรังเกียจแม้แต่น้อยต้วนหลิงจ้องมองนางแน่วแน่ นางกำลังจูบลงบนรอยแผลอันน่าอัปลักษณ์เหล่านั้น ทั้งที่หลินถิงเคยบอกว่ามันน่าเกลียด ทว่าคืนนี้นางกลับยอมโน้มตัวลงจุมพิต เหมือนจะเอ่ยด้วยการกระทำแทนคำพูดว่า นางหาได้รังเกียจไม่ หากยังยอมรับทุกสิ่งที่เป็นเขา ต้วนหลิงรู้สึกมือสองข้างชาวาบ ลมหายใจพลันวุ่นวายไร้ระเบียบ ความอัปลักษณ์ที่ฝังใจพลันคลายลงไปในขณะที่นางจูบร่างของเขายังคงสั่นสะท้านไม่หยุด หลินถิงรับรู้ได้ นางจึงประทับจูบลงบนข้อมือซ้ายของเขาอีกครั้ง ก่อนเลื่อนไปยังข้อมือขวา ทั้งสองข้างเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นพอๆ กัน บาดแผลที่ตัดขวางกันเป็นเส้นทับซ้อน คล้ายภาพเขียนงดงามที่ด่างพร้อยด้วยมลทินหลังจูบ นางยังเอื้อมมือแตะต้อง ลูบไล้เบาๆ ชวนให้นึกไม่ออกว่าเขาผ่านความเจ็บปวดเช่นไร ถึงได้กรีดข้อมือตนเองมากครั้งนัก ทว่าทุกแผลนั้นล้วนเป็นเพียงร่องรอยเก่า แสดงว่าในหลายเดือนมานี้ เขามิได้ทำร้ายตนเองอีกหลินถิงทอดสายตาสำรวจจนทั่วข้อมือของเขา แล้วโน้มลงจุมพิตผู้ที่นอนอยู่ใต้ร่าง ไล่จากคิ้วคมงาม ไล่ไปตามสันจมูกสูง แล้วประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากที่เผยอรอ ลมหายใจอุ่นของนางรายล้อมเขาไว้ทุกทิศทาง ยิ่งทำให้ต้วนหลิงหายใจขัดกราชั้นการรุกเข้าหาของหลินถิงท