ำให้เขาพังทลายโดยสิ้นเชิง รักนางจนมิอาจถอนตัวได้ เขาอยากเอื้อมมือสัมผัส ทว่ากลับเหมือนถูกสูบพลังไปสิ้น ยังไม่ทันฟื้นคืนจากการที่นางจูบแผลเป็นเหล่านั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองนางหลินถิงประทับริมฝีปากบางเบาที่มุมปากเขา ก่อนจะเลื่อนเข้าสู่ด้านในทันทีที่สัมผัสได้ เขากลับร้อนรนไล่ตามสองริมฝีปากกระแทกกระทั้น ลิ้นเกี่ยวรัด ลมหายใจเปียกชื้นพันผูกต้วนหลิงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้ริมฝีปากจะแดงช้ำแล้ว ก็ยังปรารถนาให้นางจูบลึกกว่าเดิม รุนแรงกว่าเดิม หลินถิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นางโน้มกายลงต่ำ เอื้อมมือเชยคางเขาให้แหงนขึ้น ก่อนจะกดจูบลึกหนักยิ่งกว่าเดิม นางครองความได้เปรียบแต่เพียงผู้เดียว ส่วนเขาก็ยินยอมมอบหัวใจทั้งหมดเขาอ้าปากหอบหายใจ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอยากสูดอากาศใหม่ หรือเพียงอยากกลืนลมหายใจที่เป็นของนางเก็บไว้ในอกตนเอง เสียงกระทบกังวานดังขึ้น เครื่องประดับปิ่นทองและเครื่องตกแต่งบนเรือนผมของหลินถิงกระทบกันจนแสงระยิบระยับต้วนหลิงโอบเอวบางของนางไว้ ฝ่ามือลงสัมผัสตรงสายผ้าที่คาดเอว แม้ข้อมือยังคงมีอาการชาเล็กน้อย ทว่าก็ดีกว่าก่อนหน้าอย่างมาก จนแทบจะกลับคืนเป็นปกติ เพียงครู่เดียว ผ้าคาดเอวสีแดงที่มีกลิ่นหอมก็คลายหลุด ร่วงลงบนร่างของเขายามนี้เปลวเทียนในห้องยิ่งโหมไหม้ยิ่งสว่างไสว แสงเรืองรองทาบทอทั่วเรือนร่าง ต้วนหลิงผิวขาวราวหิมะ ตัดกับสายผ้าสีชาดที่ตกลงบนกายเขา ขาวแดงสลับประสาน คล้ายของขวัญที่รอการแกะออก