หลินถิงค่อยๆ คลายผ้าสายนั้นออกต้วนหลิงไร้หนทางควบคุมตนเอง ลอบซุกซับริมฝีปากลงบนเรือนกายของนาง ประหนึ่งอยากจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หลินถิงเองเคยชินกับความใกล้ชิดระหว่างกัน อีกทั้งเมื่อวานนางเพิ่งยืนยันชัดเจนว่ามีความรู้สึกปรารถนาต่อเขาในเชิงกายภาพ ย่อมไม่คิดจะถอยห่างหรืออายอ้อมอีก ไหนเลย…ในเมื่อพวกเขาเป็นสามีภรรยากันแล้วนางเอียงศีรษะจุมพิตแก้มแดงระเรื่อ ต้วนหลิงกอดเอวบางแน่น พลางเอียงหน้าตามหมายจะจุมพิตต่อ ทว่าหลินถิงกลับกดริมฝีปากลงที่แนวกราม แล้วไล่ลงยังลำคอที่ลูกกระเดือกกำลังเคลื่อนไหวต้วนหลิงเหมือนถูกตัดลมหายใจ รีบปล่อยเอวนางแล้วคว้าจับผ้าห่มแน่นราวจะฉีกขาด เพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพลุ่งพล่านในอก เสียงครางต่ำเล็ดลอดออกมาโดยไม่อาจหักห้ามหลินถิงเลื่อนกลับมาจูบริมฝีปากที่ยังสั่นระริก มือขาวเรียวเลื่อนไปแตะกวานหยกที่มัดผมเขา คลายออกทันใดเส้นผมดำขลับร่วงพรั่งราวม่านน้ำ ตกกระจายเต็มหมอน กวานหยกถูกวางไว้ข้างกาย กระดิ่งเล็กบนกวานสั่นเบา ชนกับขนนกหยกสีขาว ก้องเพียงแผ่ว ก่อนจะสงบนิ่งหลินถิงลูบเส้นผมยาวของเขาอย่างอ่อนโยน ต้วนหลิงหอบหายใจเบาๆ ดวงตาที่ทอดมองนางปรากฏสีแดงระเรื่อที่หางตา ราวถูกปัดแต่งด้วยชาด น่าลุ่มหลงดุจภูตผีงามพิลาศที่ยั่วยวนใจ หลินถิงหลงใหลยิ่งนัก โน้มตัวลงจุมพิตหางตาที่แดงจัด คล้ายอยากลบสีชาดนั้นทิ้ง ทว่ามันกลับแดงยิ่งกว่าเดิม นางอดไม่ได้จึงยกมือสัมผัสเบาๆต้วนหลิงคว้าม