ือนางดึงไปแนบริมฝีปาก จุมพิตผ่านปลายนิ้ว ไล่จนถึงกลางฝ่ามือ ปลายลิ้นยังโลมเลียระหว่างซอกนิ้ว หลินถิงหาได้มองมือตนเองที่ถูกจุมพิตไม่ หากแต่เหลือบมองมืออีกข้างของเขาที่เผลอเผยให้เห็น…ไร้ซ่อนเร้นด้วยผ้าและปลอกแขนอีกต่อไป ข้อมือขาวเผยรอยแผลเป็นอย่างเด่นชัด ดุจถูกฉายแสงออกมาจากความมืดมนต้วนหลิงเห็นนางจ้องแผลเป็นเหล่านั้น ก็คิดจะชักมือกลับ แต่กลับถูกนางกั้นไว้ ยามนั้นเสียงฝนพรำรินจากภายนอกดังแผ่วต่อเนื่อง เมืองอันเฉิงที่เพิ่งเจอฝนเมื่อวาน กลับยังไม่สิ้นสายฝนในค่ำนี้ น้ำฝนโปรยลงบนไม้ดอกใบหญ้าหล่อเลี้ยงดินที่แห้งผากให้ชุ่มชื้นสองบานหน้าต่างยังมิได้ปิด ลมฝนเย็นสาดเข้ามา แต่ไอเย็นกลับไม่อาจล่วงถึงเตียงนอน หลินถิงกอบกุมข้อมือของเขาอีกครั้ง ทั้งจุมพิตทั้งลูบร่องรอยนั้นแผ่วเบา รอยแผลที่นางสัมผัส เหมือนเชื่อมโยงกับความอัปลักษณ์ในใจเขา ทุกครั้งที่นางแตะต้อง ความน่าเกลียดนั้นพลันไหวสะท้าน คล้ายอยากลอยออกจากกายเขาไปสถิตที่นาง แล้วรวมเข้ากับนางอย่างแนบแน่นต้วนหลิงโอบกอดจุมพิตตอบนางไม่หยุด แต่เมื่อหลินถิงก้มตัวจูบนานนักก็เริ่มล้า จึงยืดกายขึ้น เขาก็พลันยันกายลุกขึ้นตาม ต่อเนื่องจุมพิตนั้นทั้งคู่หันหน้าสบตากันนั่งเคียงกัน หลินถิงจุมพิตเขาก่อน ครานี้ต้วนหลิงก็กลายเป็นฝ่ายรุก จุมพิตหน้าผาก ปลายหู ไล่ไปถึงลำคอด้านข้าง เมื่อหลินถิงเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ เขาก็เหมือนได้รับอนุญาต กดจุมพิตลงซ้ำอีกครั้งตรงลำคอถัดจา