องผ้านุ่มพอจะช่วยรองรับแรงกระแทก มิเช่นนั้นบาดแผลคงเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมถึงอย่างนั้นเขาก็ยังสำลักโลหิตออกมา รีบพยายามยันกายลุกขึ้นก่อนที่ศัตรูจะตามทัน ฝ่ามือเปรอะคราบเลือดเปื้อนผืนผ้าสีสดเป็นรอยยาว ผ้าหลากสีชุ่มด้วยเลือดสด กลิ่นคาวฟุ้งกระจายไปทั่วจินอันไจ้ใช้มือกดบาดแผลที่ท้องไว้แน่น ทว่าก็ยังไม่อาจหยุดเลือดที่ไหลไม่ขาดสายได้ เขาสูญเสียเลือดมากจนมึนงงคล้ายโลกหมุน แต่เขายังฝืนกายออกจากถนน มุ่งสู่ตรอกเล็กที่มืดสลัว หากไร้บาดแผลนี้ จินอันไจ้ย่อมสามารถหนีไปได้อย่างง่ายดาย แต่ครานี้เขาเจ็บหนักเกินกว่าจะสลัดผู้ไล่ล่าให้พ้นองครักษ์ลับและเจ้าหน้าที่ที่ตามมาถึงเห็นเขาหายลับตาไป ก็เริ่มค้นหาตามตรอกเล็กอย่างถี่ถ้วน จินอันไจ้ซ่อนกายอยู่ในมุมมืด กลั้นลมหายใจ มือหนึ่งกดบาดแผลที่เพิ่งโรยผงห้ามเลือด อีกมือกำดาบเหล็กแน่น เขายังมิได้บรรลุภารกิจลอบสังหารรัชทายาท ยังไม่อยากตาย… และยังตายไม่ได้!ค่ำคืนนี้เหมือนโชคชะตากำหนดไว้ให้มิอาจหลีกหนีได้อีกต่อไป จินอันไจ้เงยหน้ามองจันทร์ที่ถูกหมู่เมฆดำบดบังเกินครึ่ง ดวงตาพร่ามัวราวกับแลเห็นพระมารดายืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าอ่อนโยนเปี่ยมด้วยความรัก ยื่นมือมาโอบเขาไว้แต่ก่อนที่ปลายนิ้วจะสัมผัส กลับมีอีกใบหน้าหนึ่งปรากฏแทนที่ พร้อมกับบีบแขนเขาอย่างแรงในฉับพลัน ภาพลวงที่เกิดจากการเสียเลือดมากก็สลายหายไป เขากลับสู่ความจริง หลินถิงย่อตัวลงอยู่เบื้องหน้ากดเสียงต่ำเอ่ยว่า“ยังไม่