่วยามให้หลัง ทั้งสองออกจากโรงเตี๊ยม หลินถิงทานอิ่มนักจนรู้สึกแน่นท้อง จึงอยากเดินย่อยอาหารและถือโอกาสชมตลาดไปด้วย ต้วนหลิงปกติมักทานพอเหมาะ ไม่มากไม่น้อย จึงมิได้อึดอัดเหมือนนาง แต่ก็ลงจากรถม้าเดินเคียงข้างทุกครั้งที่ผ่านแผงลอย หลินถิงก็มักหยุดมอง แววตาเต็มไปด้วยความสนใจ นางซื้อกงล้อกระดาษสีมอบให้เขามิใช่ว่าตั้งใจจะให้เป็นของฝาก เพียงเพราะหนึ่งอันราคา 3 เหรียญทองแดง แต่สองอันเพียง 5 เหรียญ จึงเห็นว่าซื้อสองอันคุ้มกว่า แบ่งกันคนละอันพอดียามสายลมพัดผ่าน กงล้อกระดาษหลากสีก็หมุนช้าๆ หลินถิงชูมันขึ้นสูง ส่วนต้วนหลิงก้มหน้ามมองกงล้อในมือเขาหมุนด้วยแรงลม แต่ก็คล้ายจะแผ่วลมของตนออกมาด้วยองครักษ์ที่ติดตามอยู่ด้านหลังสบตากันเงียบๆ ในสายตาพวกเขา ใต้เท้าต้วนกับของเล่นอย่างกงล้อกระดาษ ช่างเป็นภาพที่ไม่อาจเชื่อมโยงกันได้จริงๆ ดั่งเห็นปีศาจโฉมงามผู้มือเปื้อนโลหิต กลับมายืนท่ามกลางฝูงชนอย่างละมุนละไมทุกคนพร้อมใจกันเงียบ ไม่ออกความเห็นใดๆ จนหลินถิงเห็นร้านขนมอยู่ไม่ไกล นางจึงดึงข้อมือเขาเบาๆ“ข้าอยากไปซื้อขนมจากร้านนั้น ท่านรอข้าอยู่ตรงนี้เถิด”ต้วนหลิงละสายตาจากกงล้อ “เจ้าจะซื้ออะไร บอกให้พวกเขาไปซื้อก็ได้”พวกเขาในคำพูดนั้น หมายถึงองครักษ์ที่ติดตามอยู่ หลินถิงส่ายหน้า “ไม่จำเป็น ข้าอยากไปเลือกเอง”เพราะขนมแต่ละร้านย่อมไม่เหมือนกัน หากให้คนอื่นไปซื้อ พวกเขาคงหยิบติดมือมาหมดทุกชนิด กลายเป็นสิ้นเปลืองโด