และวันนี้นัดพบกันเพื่อเกลี้ยกล่อมให้เขายุติเสียทีประการที่สอง-เซี่ยจื่อม่ออาจ “สมคบคิดกับศัตรูทรยศแผ่นดิน” มานานแล้ว ภายนอกแสร้งภักดีต่อแคว้นต้าเหยียน ตามบิดาออกศึก แต่แท้จริงกลับหันไปเข้ากับเซี่ยชิงเหอ การนัดพบในวันนี้ ก็เพื่อหารือว่าต่อจากนี้ควรดำเนินการอย่างไร เช่นนี้ก็พออธิบายได้ว่าทำไมเซี่ยจื่อม่อจึงไม่ไปขอสู่ขอต้วนซินหนิงจากสกุลต้วนอีกทว่า…เซี่ยจื่อม่อในแคว้นแคว้นต้าเหยียนใช่ว่าจะมีฐานะต่ำ เขาเป็นถึงทายาทของโหวซื่ออัน มีทั้งอำนาจและบารมี ตราบใดไม่ก่อความผิดร้ายแรง ชีวิตนี้ย่อมกินดีอยู่ดีไร้กังวล แล้วเหตุใดจึงยอมเสี่ยงเข้าร่วมกบฏ?ต้องรู้ว่า หากพลาดขึ้นมา สิ่งที่รออยู่คือโทษริบทรัพย์และประหารทั้งสกุล หรือว่า…เขาปรารถนาอำนาจที่สูงกว่า? ในประวัติศาสตร์ใช่ว่าจะไม่มีผู้ครองบรรดาศักดิ์สูงที่กระโจนเข้าสู่เส้นทางกบฏ แต่ปัญหาก็คือ บิดาของเขา-โหวซื่ออัน-รู้เรื่องนี้หรือไม่?หลินถิงครุ่นคิดพลางก้าวข้ามไปยังฝั่งตรงข้าม ที่นั่นต้วนหลิงยืนรออยู่แล้ว ต้วนหลิงมองนางที่กำลังก้าวเข้ามาหาเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อบนหน้าผากให้นางโดยไม่เกรงสายตาผู้ใด นางเพิ่งวิ่งขึ้นบันไดมา แถมยังลงมือปาข้าวของ เหงื่อจึงชุ่มใบหน้า เส้นผมที่หลุดรุ่ยบางปอยติดแน่นบนหน้าผากและแก้มหลินถิงคว้าผ้าเช็ดหน้ามาถือเองแล้วเช็ดต่อ เขาเช็ดเบาเกินไป มักจะก่อกวนใจนางเสมอ ต้วนหลิงก็ยังตามนางมาปลายนิ้วแตะผ่านเส้นผมที่เปียกเหง