ื่อของนางแล้วปัดออกเบาๆ จากนั้นหันไปยิ้มเย็นเอ่ยกับเซี่ยจื่อม่อ“บัดนี้คุณชายเซี่ยยังมีอารมณ์มานั่งดื่มที่หอชมบุปผาอยู่หรือ?”เซี่ยจื่อม่อนิ่งเงียบ ต้วนหลิงกวาดตามองสตรีที่เอาแต่นิ่งเงียบ แล้วพูดต่อ“มิใช่ว่าท่านบอกเองหรือ ว่าไม่อยากเป็นเพียงคุณชายเสเพลไร้ความรู้อีกต่อไป จึงติดตามท่านโหวมาเมืองอันเฉิงเพื่อสร้างผลงานความชอบ?”เซี่ยชิงเหอรู้ดีว่าต้วนหลิงไม่มีทางมองทะลุผ้าคลุมที่ปิดทั้งใบหน้าได้ แต่เขาก็ยังเบี่ยงศีรษะหลบสายตาอยู่ดี หลินถิงก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ต้วนหลิงจ้องไปยังเซี่ยชิงเหอ ราวกับจะมองให้ทะลุผ้าคลุม แต่คำถามกลับพุ่งไปถึงเซี่ยจื่อม่อ“คุณชายเซี่ยมิใช่แค่มาที่หอชมบุปผา ยังหาสตรีมานั่งเคียงข้าง เช่นนี้หมายความว่าท่านหมดสิ้นใจต่อหลิงอวี่แล้วหรือ?”เมื่อได้ยินชื่อต้วนซินหนิง แววตาของเซี่ยจื่อม่อก็ปรากฏร่องรอยลังเล “ข้ากับคุณหนูสามหาได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ ข้ามาหอชมบุปผา หาสตรีเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะก็แล้วอย่างไร ท่านต้วนถึงกับต้องใส่ใจหรือ?”ว่าจบ เขาก็ลากมือเซี่ยชิงเหอหมายจะก้าวพ้นต้วนหลิงออกจากห้อง เพราะประตูห้องนี้ถูกหลินถิงถีบจนแตกพังไปแล้ว ปิดไม่สนิท หากเขาจะย้ายไปยังห้องอื่นเพื่อเสพสุขต่อก็มิใช่เรื่องผิดแปลกอะไร หลินถิงไม่คิดจะเข้าไปขัดต้วนหลิงกวาดตามองรอบห้อง ก่อนจะเปล่งเสียงเรียก “คุณชายเซี่ย”ร่างของเซี่ยจื่อม่อชะงัก แผ่นหลังหันสู่ภายในห้อง ศีรษะไม่แม้แต่จะหันกลับ น้ำเสียงฟังดูเป็นป