กติ แต่ภายในใจกลับแฝงความกังวล“ท่านต้วนยังมีเรื่องใดหรือ?”ต้วนหลิงกล่าวประหนึ่งหวังดี “ท่านบาดเจ็บอยู่ มิสู้พันแผลเสียก่อนแล้วค่อยไปต่อดีหรือไม่?”ตอนก่อนหน้านี้ หลินถิงมิได้ออมมือเลย ใบหน้าของเขาจึงมีรอยถลอกจากการถูกของกระแทกอยู่หลายแห่งผิวหนังยังซึมเลือดออกมาเป็นหยดเล็กๆด้วยฐานะทายาทโหวซื่ออัน เซี่ยจื่อม่อแทบไม่เคยบาดเจ็บมาก่อน บัดนี้แผลเล็กๆ กลับแสบร้อนยิ่ง “ไม่เป็นไรเพียงแผลเล็กน้อยเท่านั้น”เขามิได้โทษหลินถิงที่ลงมือ เพราะแม้จะโกรธก็ไม่มีสิทธิ์ เช่นเดียวกับครั้งก่อนที่ถูกนางเตะ เขาก็ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ตนสมควรได้รับต้วนหลิงไม่บังคับอีก เซี่ยจื่อม่อก้าวเดินจากไปไม่หยุด ราวกับผู้ที่อารมณ์รื่นรมย์ถูกขัดจังหวะจนขุ่นเคือง ก่อนจะลับร่างไป เซี่ยชิงเหอหันกลับมามองหลินถิงอีกครั้ง สายตาทั้งสองสบกันผ่านผ้าคลุมหน้า แต่ไม่นานเขาก็เบือนหน้าหนีแล้วก้าวตามเซี่ยจื่อม่อออกไปหลินถิงจ้องมองตามแผ่นหลังทั้งคู่จนลับสายตา ดวงตาแฝงแววเหม่อลอย เซี่ยจื่อม่อมีใจต่อต้วนซินหนิง อีกทั้งภายหน้ายังต้องสมรสกับนาง เพื่อไปถึงตอนจบที่งดงาม หากจะร่วมมือกับเซี่ยชิงเหอทำสิ่งใดในเมืองอันเฉิง ก็คงมิใช่เรื่องที่จะทำร้ายต้วนหลิงได้กระมังต้วนหลิงละสายตาออกไปยังด้านนอก เอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “เจ้าว่าเก็บกวาดคุณชายเซี่ย หมายถึงเพียงลงมือเฆี่ยนเขาเท่านั้นรึ?”หลินถิงได้สติกลับมา “ข้าก็เพียงตบเขาสักที ก็นับว่าปรานีแล้ว”เซี่ยจื่อม่อ